โชคดีที่เถามันเทศยังไม่ตาย แค่เหี่ยวเฉาไปหน่อย
อันหรานปลูกมันลงในถังปลูกใบหนึ่ง แล้วรดน้ำอีกครั้ง
เถามันเทศค่อย ๆ คลี่ใบออกให้เห็นต่อหน้า ราวกับกำลังดูดซึมสารอาหารและน้ำอย่างตะกละตะกลาม
สวี่เฉินเฉินยังคงพูดไม่หยุดผ่านเครื่องสื่อสาร พยายามให้อันหรานกลับบ้าน เมื่อเห็นพี่สาวไม่หวั่นไหว เขาก็พูดขึ้นอีกว่า “พี่ ถ้างั้นผมไปหาพี่ได้ไหม”
“ไม่ได้” อันหรานปฏิเสธทันที “ที่นี่ไกลจากโรงเรียน นายเดินทางไปกลับไม่สะดวก”
สวี่เฉินเฉินเหมือนจะโมโห น้ำเสียงแย่ลงทันที “พี่ ทำไมใจร้ายแบบนี้? ต้องรอให้ครอบครัวเราพังพินาศกันหมดก่อนถึงจะพอใจหรือไง?”
อันหรานหน้าขรึมลง แล้วตัดสายทันที
ในจังหวะนั้นเอง ประตูบ้านก็ถูกแรงมหาศาลพังเปิดออกดังปัง ชายชุดดำสวมหน้ากากหลายคนบุกเข้ามา
อันหรานรู้สึกถึงความผิดปกติ รีบหลบไปตรงมุมระเบียง
เธอชักปืนพลังงานจากเอว จับตาดูบริเวณทางเข้าอย่างระแวดระวัง
ชายชุดดำทั้งห้าคนไม่ส่งเสียง ฝีเท้าเบาหวิว พุ่งเข้าไปในห้องนอน เมื่อไม่พบใครก็รีบไปค้นต่อในห้องครัว
เสียงประตูพังทำให้นกกางเขนตัวน้อยตกใจจนตัวแข็งทื่อ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงส่งเสียงร้องแหลมออกมา
“แย่แล้ว! นกตัวนั้นโจมตีทางจิตได้!”
ทั้งห้าคนเซถลาไปเล็กน้อย ก่อนจะทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งตรงไปทางโต๊ะน้ำชาในห้องรับแขก
นกกางเขนตัวน้อยตกใจจนพุ่งพรวดไปที่ระเบียง จ้องตากับอันหราน
อันหรานคว้านกกางเขนตัวน้อยมาไว้ในมือ แล้วชูปืนยิงทันที
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนห้านัดพุ่งออกไป แต่มีเพียงสองคนที่ถูกยิง
