วันสิ้นโลก: ระเบิดแก่นผลึก ลืมตาอีกทีกลับอยู่ในแดนลับ

ตอนที่ 5 ระเบิดแก่นผลึกพลีชีพในวันสิ้นโลก ลืมตาอีกทีกลับอยู่ในแดนลับ

7 นาที· 1.6K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

เถียนเถียนเองก็ไม่รู้ว่าพืชเหล่านี้คืออะไร ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงเพียงรู้สึกว่ามันแปลกตาดี

จากนั้นนางก็หยิบจอบออกมาจากมิติ แล้วขุดพืชไม่ธรรมดาทั้งหลายเหล่านั้นขึ้นมา เก็บเข้าไปในมิติทั้งหมด

นางหาที่ริมไร่นาในมิติ แล้วใช้จิตเก็บดินริมลำธารเข้าไปจำนวนมาก ก่อนจะนำพืชเหล่านั้นไปปลูกลงในดิน

นางกลัวว่าดินในมิติกับดินริมลำธารจะไม่เหมือนกัน จนทำให้พืชเหล่านี้ปลูกไม่รอด

เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงตัดสินใจขนดินเข้าไปด้วยเสียเลย

ปลูกเสร็จแล้วก็รดด้วยน้ำจากลำธารด้านนอกเล็กน้อย

ต่อจากนี้คงต้องรดด้วยน้ำจากลำธารในมิติเท่านั้น

หลังปลูกพืชประหลาดเหล่านี้เสร็จ เถียนเถียนก็สำรวจบริเวณริมลำธารอีกครั้ง

นางพบว่าก้อนกรวดในลำธารดูสวยดี จึงเก็บเข้าไปในมิติอีกไม่น้อย แล้วนำไปใส่ไว้ในลำธารภายในมิติด้วย

หลังจากนั้นก็ไม่พบสิ่งใดที่พิเศษอีก

นางจึงเดินทางต่อ

หลังพลังพิเศษเลื่อนขึ้นสู่ระดับสี่ ขอบเขตพลังจิตก็ขยายเป็นสองเท่าจากเดิม

ความรู้สึกปลอดภัยพลันเพิ่มขึ้นไม่น้อย

เมื่อระดับพลังพิเศษสูงขึ้น ความเร็วในการเดินทางก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

หากที่นี่ไม่ใช่ป่าล้วน เต็มไปด้วยพืชพรรณ เถียนเถียนคงนำรถออฟโรดออกมาขับเปิดทางตั้งนานแล้ว

ในมิติไม่ได้มีเพียงรถยนต์หลากหลายชนิด แต่ยังมีจักรยานเสือภูเขาด้วย

คงต้องรอจนกว่าจะเดินไปถึงพื้นที่ที่มีวัชพืชไม่หนาแน่น แล้วค่อยเอาจักรยานเสือภูเขาออกมาปั่น

ส่วนรถยนต์นั้น คงไม่มีโอกาสได้ใช้

ตอนวันสิ้นโลกนางเก็บเฮลิคอปเตอร์ไว้หลายลำ ทว่านางขับไม่เป็น จึงได้แต่ปล่อยทิ้งไว้ให้ฝุ่นจับ

ถ้าขับเฮลิคอปเตอร์เป็น ป่านี้คงออกไปได้เร็วกว่านี้!

คงไม่ต้องเดินเท้าอย่างเดียวทุกวัน

อย่างน้อยถ้ามีพลังธาตุลมหรือพลังสายความเร็วสักอย่างก็คงดี!

เฮ้อ!

ขณะที่เถียนเถียนกำลังคิดฟุ้งซ่าน พลังจิตก็ตรวจพบสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งอยู่ห่างไปเบื้องหน้าหนึ่งพันเมตร

มันดูคล้ายหมาป่าแต่ก็ไม่ใช่ คล้ายเสือแต่ก็ไม่เชิง สูงสามถึงสี่เมตร ลำตัวยาวห้าถึงหกเมตร สีหน้าเหี้ยมเกรียม

ตอนเถียนเถียนใช้พลังจิตมองเห็นมัน สัญชาตญาณก็บอกว่าว่าอีกฝ่ายเองก็พบตัวนางแล้ว

นางไม่พูดพร่ำ รีบหันหลังวิ่งหนีทันที

น่าเสียดายที่สายไปแล้ว

สัตว์ตัวนั้นพุ่งตรงเข้ามาหาเถียนเถียนด้วยความเร็วสูง แม้อยู่ห่างกันมากก็ยังได้กลิ่นเหม็นคาวจากปากของมัน

นางรีบวิ่งสุดชีวิต แต่สองขาจะวิ่งเร็วกว่าสี่ขาได้อย่างไร ระยะห่างระหว่างทั้งสองค่อย ๆ ลดลง

เห็นสัตว์ประหลาดกำลังจะงับนางเข้าให้ เถียนเถียนก็รีบหยิบระเบิดมือออกจากมิติ ดึงสลักแล้วโยนเข้าปากมัน

“ตูม!”

เสียงระเบิดดังสนั่น เถียนเถียนฉวยจังหวะที่คลื่นความร้อนแผ่ออกมา เร่งฝีเท้าพุ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง

ขณะนั้นสัตว์ประหลาดชะงักไปครู่หนึ่ง

เถียนเถียนใช้พลังจิตตรวจดู แล้วพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้ถูกระเบิดตาย มีเพียงปากกับศีรษะที่บาดเจ็บ

บัดซบ! แข็งแกร่งชะมัด

หนังหนาจริง ๆ!

“โฮก!”

เสียงคำรามดังกึกก้อง!

สัตว์ประหลาดตัวนี้เห็นได้ชัดว่าเดือดดาลเพราะถูกยั่วยุ แถมยังบาดเจ็บ จึงอาละวาดฟาดต้นไม้ไปทั่วอย่างไม่เลือกหน้า

หลังระบายโทสะอยู่พักใหญ่ มันก็ไล่ตามเถียนเถียนมาอีกครั้งด้วยจิตสังหารคุกรุ่น

เถียนเถียนรู้ว่าตอนนี้นางไม่ใช่คู่มือของสัตว์ประหลาด ต่อให้วิ่งก็หนีไม่พ้น จึงตัดสินใจเข้าไปในมิติอย่างเด็ดขาด

เมื่อสัตว์ประหลาดเห็นสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยหายไปต่อหน้าต่อตา ก็ยิ่งโกรธจนแทบคลั่ง

มันคำรามไม่หยุดด้วยความเดือดดาล

“โฮก ๆ ๆ……”

มันคำรามพลางเดินวนไปมาอยู่ตรงจุดที่เถียนเถียนหายตัว ราวกับจะไม่ยอมเลิกราจนกว่าจะหานางพบ

เมื่อเห็นภาพนั้นจากในมิติ เถียนเถียนก็อดกังวลไม่ได้ว่าสัตว์ประหลาดจะเฝ้าอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน หากเป็นเช่นนั้นนางคงติดอยู่ที่นี่จนตายหรือ?

พอคิดถึงตรงนี้ก็ปวดหัวขึ้นมา

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

สัตว์ประหลาดยังเฝ้าอยู่ที่เดิม แถมยังส่งเสียงคำรามอย่างไม่ยินยอมเป็นระยะ

สองชั่วโมงผ่านไป

มันยังอยู่ แต่เสียงคำรามเบาลงบ้างแล้ว

“เฮ้อ! ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ได้เรื่อง”

เมื่อไม่มีทางเลือก นางจึงหยิบแก่นผลึกออกมาดูดซับพลางฆ่าเวลา

พอหิวก็เอาเนื้องูมาตุ๋นกิน หลังจากกินไปตลอดสองวันที่ผ่านมา เนื้องูตัวนั้นยังเหลือเกินครึ่ง

หนึ่งวันผ่านไป

สัตว์ประหลาดยังคงเฝ้าอยู่ที่เดิม

ช่างอดทนเสียจริง แต่เฝ้ามาทั้งวันแล้ว มันไม่หิวบ้างหรือ?

เห็นได้ชัดว่าเถียนเถียนประเมินความอดทนและความทนหิวของสัตว์ประหลาดต่ำเกินไป

ผ่านไปอีกสองวัน

มันยังอดทนเฝ้าอยู่ตรงนั้นได้ พอหิวก็ไปหาสัตว์ตัวเล็ก ๆ แถวนี้มากินประทังชีวิต

ไม่ยอมไปไหนไกลแม้แต่ชั่วขณะ

เมื่อไร้ทางเลือก เถียนเถียนจึงได้แต่ดูดซับแก่นผลึกต่อไปในมิติ

ผ่านไปอีกห้าวัน

สัตว์ประหลาดยังอยู่

แต่พลังพิเศษของเถียนเถียนเลื่อนขึ้นสู่ระดับห้าแล้ว

ต้องยกความดีความชอบให้กับการดูดซับแก่นผลึกไม่หยุดตลอดหลายวันมานี้ รวมถึงเนื้องูที่กินเข้าไป พลังงานในร่างกายเอ่อล้น ในที่สุดพลังพิเศษทุกสายก็เลื่อนขึ้นสู่ระดับห้า

ทว่าเมื่อเทียบกับสัตว์ประหลาดแล้ว นางยังอ่อนแอเกินไป

ต้องยกระดับพลังมิติให้ถึงระดับหกก่อน เมื่อถึงระดับหกแล้วจะมีความสามารถเคลื่อนย้ายพริบตา ทำให้หลบหนีได้สะดวกขึ้นมาก

จากนั้นนางจึงดูดซับแก่นผลึกต่อไป

เนื้องูชิ้นนี้ถูกกินไปเรื่อย ๆ หลายวัน ในที่สุดก็หมดลง

ต่อจากนี้คงกินได้แค่เนื้องูอีกสองตัว รวมถึงกระต่ายกับไก่ป่าที่ล่ามาก่อนหน้านี้

เหยื่อที่ล่าได้ในป่าแห่งนี้เท่านั้นที่มีพลังงานในร่างกายสูง การยกระดับจึงจะรวดเร็วยิ่งขึ้น

ผ่านไปอีกสามวัน

พลังมิติเลื่อนขึ้นสู่ระดับหกอย่างราบรื่น

“ในที่สุดก็เคลื่อนย้ายพริบตาได้แล้ว สัตว์ประหลาดบัดซบนี่บีบฉันจนต้องมาถึงขั้นนี้ แม้แต่หลังวันสิ้นโลก ฉันก็ยังไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน”

แม้จะเคลื่อนย้ายพริบตาได้แล้ว แต่ก็ยังต้องเตรียมตัวให้พร้อม

นางรู้สึกว่ายังไม่ปลอดภัยพอ

หนีทางพื้นดินไม่ได้ บนฟ้าก็บินไม่ได้ แล้วถ้าเป็นใต้ดินล่ะ?

เถียนเถียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลือกแก่นผลึกธาตุดินออกมาหนึ่งก้อน นี่คือแก่นผลึกของซอมบี้ระดับหก

“จะหนีออกจากปากสัตว์ร้ายได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ แค่เคลื่อนย้ายพริบตายังไม่พอ

สัตว์ประหลาดตัวนั้นเร็วขนาดนี้ ฉันกลัวว่าต่อให้เคลื่อนย้ายพริบตาก็ยังหนีไม่พ้น ต้องลองดูว่าแก่นผลึกก้อนนี้จะช่วยให้พลังธาตุดินของฉันเลื่อนระดับขึ้นอีกได้หรือเปล่า”

เถียนเถียนพึมพำกับตัวเองพลางนั่งลง เริ่มดูดซับแก่นผลึก

ครึ่งวันต่อมา

พลังธาตุดินเลื่อนขึ้นสู่ระดับหก

จากนั้นนางก็ดูดซับแก่นผลึกต่อไป มีเพียงการยกระดับพลังธาตุดินเท่านั้นที่เพิ่มโอกาสหนีรอดได้

หนึ่งวันต่อมา

ระดับพลังธาตุดินมั่นคงขึ้นแล้ว

เถียนเถียนรู้ว่าโอกาสของนางมาถึงแล้ว

นางจึงใช้พลังงานทำอาหารมื้อใหญ่จากกระต่ายในมิติ กินจนเต็มอิ่มแล้วรอจนฟ้ามืด

เมื่อเห็นว่าสัตว์ประหลาดด้านนอกยังเฝ้าอยู่ตรงนั้น เถียนเถียนก็อดนับถือความอดทนของมันไม่ได้

“ลุยแล้ว!”

เถียนเถียนวูบออกจากมิติ แล้วรีบใช้พลังธาตุดินมุดลงไปใต้ดิน

ชั่วขณะที่เถียนเถียนปรากฏตัวออกมาจากมิติ สัตว์ประหลาดก็รับรู้ได้ทันที เหยื่อที่มันเฝ้ารอมานานในที่สุดก็ปรากฏตัว

มันไม่สนใจว่าเหยื่อจะมุดลงดินไปแล้วหรือไม่ ก้มหน้าขุดตรงจุดที่เถียนเถียนหายไปอย่างบ้าคลั่ง

ไม่อยากจะเชื่อว่าตบลงไปครั้งเดียว มันขุดดินได้ลึกหลายเมตร

เมื่อเห็นภาพนั้นผ่านพลังจิต เถียนเถียนก็ตกใจจนหน้าซีด

ยังดีที่นางเคลื่อนไหวรวดเร็ว พอลงไปใต้ดินก็ใช้การเคลื่อนย้ายพริบตาทันที พอดีกับจังหวะที่ฝ่ามือมหึมากำลังจะขุดถึง นางจึงเคลื่อนย้ายหนีได้ ไม่เช่นนั้นคงต้องตายอยู่ที่นี่แน่

ตอนนี้นางไม่สนแล้วว่าจะมุ่งหน้าไปทางใต้หรือไม่ เลือกทิศทางส่งเดชแล้วเคลื่อนย้ายต่อไป

นางเดาไม่ผิด เมื่อสัตว์ประหลาดตบลงไปแล้วขุดไม่เจออะไร มันก็สูดดมพื้นดิน จากนั้นวิ่งพรวดไปทางหนึ่งทันที

เมื่อเห็นภาพนั้นผ่านพลังจิต เถียนเถียนก็รู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมา

“ทำไมมันถึงตามกลิ่นมาได้ด้วยเนี่ย จมูกไวกว่าเจ้าตูบเสียอีก! นี่ฉันกำลังจะตายจริง ๆ เหรอ!”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป