ยิ่งเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ พลังหยินก็ยิ่งหนาแน่น ใบไม้เน่าทับถมหนาร่วมครึ่งเชียะ
ผิดกับเส้นทางใหญ่ ที่แบบนี้กลับอันตรายที่สุด ใต้ใบไม้เน่าอาจซ่อนอสรพิษกั้วซานเฟิง หรือก็คืองูเห่าเอาไว้ก็เป็นได้
โชคดีที่เป็นเพียงสัตว์ป่าธรรมดา สำหรับผู้วิเศษที่ฝึกฝนจนมีผลสำเร็จแล้ว นับว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
เมื่อเปิดปราการพลังปราณคุ้มกาย แม้จะอยู่กลางป่าเขา ความเร็วของทั้งคู่ก็ยังไม่ถือว่าช้า
……
“เคร้ง~”
หลิวเหยียนเหยียนเหยียบหัวงูจนแบนราบ แล้วอดไม่ได้ที่จะถ่มน้ำลายลงพื้น
“ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอตัวซวยนี่ เจอข้าคนนี้เข้าก็ถือว่าเจ้าซวยแล้ว คืนนี้ไม่กินบิสกิตอัดเม็ดแล้วนะ เปลี่ยนมากินขนมเส้นเผ็ดแทน!”
พลางบ่นงึมงำ มือก็ถือขนมเส้นเผ็ดห้อยอยู่ หลิวเหยียนเหยียนก็เอ่ยปากขึ้น
“นายท่าน ท่านว่าเรายังต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะถึง?”
“ที่ที่ตระกูลหลิวของเจ้าค้นพบ กลับมาถามข้า?”
“ข้าก็ไม่เคยมาเลยนี่นา ได้ยินคนในบ้านเล่ามาลอย ๆ …” หลิวเหยียนเหยียนแลบลิ้น พูดเสียงเบา
ฉินหยุนหยิบแผนที่ออกจากเป้สะพาย เทียบกับเข็มทิศดูแวบหนึ่ง
“ตามความเร็วตอนนี้ คาดว่าอีกครึ่งชั่วโมงก็คงถึง
แล้วก็ไม่รู้ว่าเจ้าสังเกตหรือไม่ ตลอดทางที่ผ่านมา นอกจากกั้วซานเฟิงใต้เท้าเจ้าแล้ว ก็เห็นเชือกปีนเขากับอุปกรณ์อื่นเกลื่อนไม่น้อย แถมยังมีปลอกกระสุนปนอยู่ด้วย คิดว่าพวกเราคงใกล้ถึงแล้วล่ะ!”
หลิวเหยียนเหยียนฟังแล้วใจเต้นรัว
“นายท่าน ท่านหมายความว่า คนพวกนี้ล้วนเป็นคนตระกูลหลิวของข้า?”
“เกรงว่าคงไม่ใช่แค่นั้น!
เมื่อครู่ตอนเดินมา ข้าสังเกตอย่างละเอียดแล้ว อุปกรณ์พวกนั้นมีทั้งชนิดและอายุการใช้งานหลากหลาย ไม่เหมือนเป็นของกลุ่มเดียว ยิ่งกว่านั้น ยังมีของต่างประเทศปะปนอยู่ไม่น้อย
