เมื่อเห็นข้อความนี้ หัวใจของเฉินเกอ หวังเหมิง และจางจื่อป๋อทั้งสามคนแทบหล่นไปกองอยู่ที่ตาตุ่มพร้อมกัน
【ครูที่ปรึกษา: ภารกิจท้าทายของพวกเธอทั้ง 3 คนคือ คืนนี้ตอนตี 2 ต้องเข้าไปอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง】
【ครูที่ปรึกษา: บทลงโทษเมื่อทำภารกิจไม่สำเร็จ: ตาย】
พอข้อความนี้ปรากฏขึ้น ห้องเรียนก็พลันฮือฮาอีกครั้ง!
คนที่เมื่อครู่ยังลังเลและดีใจที่ตัวเองไม่ได้วู่วาม ตอนนี้ต่างก็เสียใจจนแทบอยากกัดลิ้นตัวเอง
“บ้าจริง! ง่ายแค่นี้เองเหรอ? แค่อยู่ในห้องน้ำครึ่งชั่วโมง?”
“นี่น่ะหรือภารกิจท้าทาย? ต่างอะไรกับแจกของฟรี?”
“รู้งี้ฉันก็แย่งแล้ว! ไอเทมหายากชิ้นเดียวหลุดมือไปแบบนี้ ฉันนี่มันโง่จริง ๆ!”
ตอนนี้หลายคนถึงกับทุบอกกระทืบเท้า เสียดายที่เมื่อครู่ไม่ได้รับซองแดงใบนั้น
ในสายตาพวกเขา นี่แทบจะเป็นโชคหล่นทับจากฟ้า
แต่จ้าวหยาที่อยู่ข้างเฉินเกอกลับขมวดคิ้ว เธอลดเสียงลงแล้ววิเคราะห์ว่า
“เฉินเกอ ในนี้จะมีหลุมพรางอะไรหรือเปล่า? ยิ่งคำอธิบายภารกิจฟังดูง่าย ก็ยิ่งอันตราย
ห้องน้ำเป็นพื้นที่ปิด ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ก็ไม่มีแม้แต่ทางให้หนี”
เธอมองเฉินเกอแล้วกำชับอย่างจริงจังว่า “ถ้าจะไปทำภารกิจ ต้องระวังตัวให้มากนะ”
เมื่อเห็นจ้าวหยามีสีหน้าเป็นห่วง ทั้งยังช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ให้เขาอย่างจริงจัง สีหน้าของเฉินเกอก็อดแปลกใจขึ้นมาไม่ได้
ก่อนหน้านี้เขากับจ้าวหยาไม่ได้สนิทกันนัก อย่างไรเสียฐานะทางบ้านของทั้งคู่ก็แตกต่างกันมาก แทบไม่เคยพูดคุยกันสักกี่คำ
ตอนนั้นเอง ดูเหมือนจ้าวหยาจะรู้ตัวว่าการกระทำของเธออาจทำให้คนเข้าใจผิด แก้มขาวผ่องจึงขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบอธิบายอย่างกระอักกระอ่วนว่า
“เอ่อ อย่าเข้าใจผิดนะ ฉันแค่...แค่ไม่อยากให้เพื่อนร่วมชั้นคนไหนต้องเกิดเรื่องขึ้นอีก”
ที่จริงยังมีอีกประโยคที่เธอไม่ได้พูด นั่นคือเธอคิดว่าความสุขุมของเฉินเกอตั้งแต่ต้นจนจบนั้นเหนือกว่าผู้ชายส่วนใหญ่ในห้อง
เธอเองก็รู้ดีว่า หากอยากเอาชีวิตรอดจากเกมประหลาดนี้ การพึ่งพาตัวเองเพียงลำพังย่อมเป็นไปไม่ได้
ดังนั้นเฉินเกอที่ดูสุขุมและเด็ดขาดคนนี้ อาจเป็นคู่ร่วมมือที่ดีได้
เฉินเกอจึงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเตือนเขาด้วยเหตุผลอะไร เขาก็รับน้ำใจครั้งนี้ไว้แล้ว
ในเวลานี้ หน้าจอโทรศัพท์ของทุกคนสว่างขึ้นอีกครั้ง ครูที่ปรึกษาส่งข้อความยาวเหยียดมาอีกชุด
【ครูที่ปรึกษา: เกมวันนี้จบลงแล้ว เวลาที่เหลือพวกเธอทำอะไรได้อย่างอิสระ แต่โปรดจำไว้ว่า ก่อน 4 ทุ่ม ต้องกลับไปที่หอพัก】
【ครูที่ปรึกษา: หอพักของพวกเธออยู่ที่อาคารหมายเลข 4 โปรดย้ายข้าวของส่วนตัวเข้าไปไว้ในหอพักล่วงหน้า หอพักไม่มีการกำหนดห้องหรือเตียงตายตัว พวกเธอเลือกเพื่อนร่วมห้องได้เอง แต่โปรดจำไว้ว่า หอพักหนึ่งห้องอยู่ได้ไม่เกิน 4 คน】
เมื่อเห็นข้อความตรงนี้ เฉินเกอก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“ยังต้องย้ายหออีกเหรอ? โรงเรียนเรามีอาคารหมายเลข 4 ด้วยหรือ?”
นักเรียนชั้นปีหนึ่งทั้งห้องเพิ่งย้ายเข้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้เพียงปีเดียว
แต่เท่าที่เฉินเกอรู้ อาคารหมายเลข 1, 2 และ 3 ในโรงเรียนล้วนเป็นอาคารเรียน ส่วนเขตหอพักนักศึกษาเริ่มตั้งแต่อาคารหมายเลข 5 เป็นต้นไป
แล้วหอพักหมายเลข 4 โผล่มาจากไหน?
สิ่งที่เฉินเกอสงสัยก็คือสิ่งที่ทุกคนสงสัย
“นั่นสิ ไม่เห็นเคยได้ยินว่ามีอาคารหมายเลข 4 เลยนี่?”
“พิมพ์ผิดหรือเปล่า? ขอฉันดูแผนที่มหาวิทยาลัยก่อน...ในแผนที่ก็ไม่มีนะ!”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? จะให้พวกเราไปอยู่ที่ไหน?”
ในตอนนั้นเอง จ้าวหยาที่เงียบมาตลอดพลันหน้าซีด ร่างกายสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เฉินเกอสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอทันที เขาหันไปมองแล้วถามด้วยความสงสัยว่า
“จ้าวหยา เธอรู้อะไรใช่ไหม?”
ริมฝีปากของจ้าวหยาไร้สีเลือด เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนพยักหน้าทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด
“เธอ...ยังจำตึกร้างหลังอาคารเรียนหมายเลข 1 ได้ไหม?”
เฉินเกอนึกออกทันที นั่นเป็นตึกอิฐแดงหลังเล็กแบบโซเวียต ผนังลอกร่อน ประตูหน้าต่างชำรุดทรุดโทรม
มันตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวระหว่างเขตอาคารเรียนกับเขตหอพัก รอบ ๆ มีหญ้าขึ้นรก ดูเหมือนถูกทิ้งร้างมาหลายปีแล้ว
“ที่นั่นแหละคือหอพักหมายเลข 4”
เสียงของจ้าวหยาเจือความสั่นเครือ “ฉันได้ยินมาจากรุ่นพี่คนหนึ่ง เธอบอกว่าตึกนั้นเคยเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อนานมาแล้ว มีคนถูกไฟคลอกตายหลายคน
หลังจากนั้นดูเหมือนทางมหาวิทยาลัยจะคิดปรับปรุงใหม่ แต่ไม่รู้ทำไม งานถึงหยุดลงกลางคัน แล้วตึกก็ถูกทิ้งร้างมาจนถึงตอนนี้”
คำพูดของจ้าวหยาราวกับระเบิดที่ปะทุขึ้นกลางห้องเรียนอันเงียบงัน
“ตึกนั้นเหรอ?!” นักเรียนชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่แถวหน้าพรวดพราดลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ฉันนึกออกแล้ว! เคยได้ยินคนพูดว่าตึกนั้นมีผี!”
นักเรียนชายอีกคนหน้าซีดเผือดแล้วเสริมว่า
“ฉันก็เคยได้ยิน! คนบ้านเดียวกับฉันเรียนรุ่นก่อน เขาบอกว่าเมื่อก่อนมีรุ่นพี่ใจกล้าเข้าไปสำรวจ แต่เข้าไปได้ไม่นานก็วิ่งหน้าตั้งออกมา บอกว่าเห็นอะไรไม่ดีในกระจกตรงสุดทางเดิน!”
“ยังมีคนบอกด้วยว่า ตอนเดินผ่านกลางดึกจะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังมาจากในตึก...”
“พระเจ้า!”
นักเรียนหญิงขี้ขลาดคนหนึ่งทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงกรีดร้องออกมา
“ถะ...ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าเราต้องย้ายเข้าไปอยู่ในตึกผีสิงน่ะสิ?!”
“ฉันไม่เอา! ฉันไม่อยากอยู่ในตึกผีสิง!”
“ให้เราไปอยู่ในที่แบบนั้นเนี่ยนะ? เกมนี้คิดจะฆ่าพวกเราหรือไง?”
“ฮือ ๆ ๆ...ฉันอยากกลับบ้าน...”
ความหวาดกลัวแผ่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
คนที่ก่อนหน้านี้อิจฉาว่าภารกิจของเฉินเกอกับพวกง่าย ตอนนี้กลับรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งตัว
ที่แท้ภารกิจห้องน้ำซึ่งดูเหมือนง่ายนั้น สถานที่ทำภารกิจกลับเป็นตึกผีสิงในตำนาน!
ชั่วพริบตา ทุกคนก็เงียบงัน
ความเงียบอันกดดันปกคลุมไปทั่วห้องเรียน ใบหน้าของทุกคนฉายชัดถึงความสิ้นหวัง
สีหน้าของเฉินเกอก็ย่ำแย่ลงเช่นกัน
เป็นอย่างที่คิด ภารกิจท้าทายที่ครูที่ปรึกษามอบให้ไม่มีทางง่ายดายขนาดนั้น
แค่คิดว่าต้องอยู่ในห้องน้ำของตึกผีสิงครึ่งชั่วโมง ก็ทำเอาขนหัวลุกแล้ว
ดูท่าคืนนี้ยังมีศึกหนักรออยู่
แต่ถึงจะตื่นตระหนกอย่างไร เวลาทำภารกิจก็หลังตี 2
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ระบบย้อนเวลาของเขาน่าจะรีเฟรชโอกาสได้อีก 3 ครั้งตอนนั้น
เมื่อมีไพ่ตายที่ใช้ลองผิดลองถูกได้ เฉินเกอก็รู้สึกใจเย็นลงไม่น้อย
ก็แค่อยู่ในห้องน้ำของตึกผีสิงครึ่งชั่วโมงเอง ลุยก็ลุยสิ!
ท่ามกลางบรรยากาศสิ้นหวัง เฉินเกอลุกขึ้นอย่างสงบนิ่ง ล้วงมือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินตรงออกไปทางประตู
หลิวเสี่ยวหู่ที่ยอมรับเขาเป็นพี่ใหญ่ไปแล้วก็รีบเด้งตัวลุกจากที่นั่ง วิ่งเหยาะ ๆ ตามไป
“พี่เฉิน จะไปไหนเหรอ?”
เฉินเกอยังคงเดินต่อ ไม่แม้แต่จะหันกลับมา ตอบอย่างสงบนิ่งว่า “ก็ไปย้ายหอสิ หรือว่านายอยากนอนบนแผ่นเตียงเปล่า ๆ คืนนี้?”
คำพูดของเฉินเกอช่วยเตือนทุกคน
จริงด้วย ไม่ว่าตึกหมายเลข 4 จะน่ากลัวแค่ไหน กฎก็คือกฎ
ถ้ากลับหอพักไม่ทันก่อน 4 ทุ่ม จุดจบคงไม่ต่างจากการทำภารกิจไม่สำเร็จ
เมื่อเห็นเฉินเกอลงมือแล้ว จ้าวหยาที่นั่งอยู่ก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ บังคับตัวเองให้สงบ ก่อนลุกขึ้นเผชิญหน้ากับทุกคน
“ทุกคน เฉินเกอพูดถูก”
“ตอนนี้เราจะตื่นตระหนกจนเสียขบวนไม่ได้ ต้องรีบลงมือให้เร็วที่สุด”
“ตอนนี้หนึ่งทุ่ม เรายังมีเวลาอีก 3 ชั่วโมง บางทีเราอาจลองหาทางออกจากมหาวิทยาลัย หรือหาคนจากทางการเพื่อขอความช่วยเหลือก็ได้
พอถึงสามทุ่มครึ่ง ให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ใต้ตึกหมายเลข 4 แล้วค่อยปรึกษากันว่าจะจัดห้องพักอย่างไร ดีไหม?”
เดิมทีทั้งห้องมีนักเรียน 31 คน หลังจากจ้าวเหอตายไป ก็เหลือเพียง 30 คน
ถ้าจัดห้องละ 4 คน ก็ต้องใช้หอพักไม่เกิน 8 ห้องจึงจะมีที่พอสำหรับทุกคน
ในสถานที่ผีสิงแบบนั้น ยิ่งอยู่ใกล้กันก็น่าจะยิ่งปลอดภัย
ข้อเสนอของจ้าวหยามีเหตุผลมาก ทำให้ทุกคนที่กำลังแตกตื่นพอจะมีหลักยึด
จางจื่อป๋อซึ่งแอบสังเกตปฏิกิริยาของจ้าวหยาอยู่ตลอด เห็นเธอแสดงท่าทีเห็นด้วยกับข้อเสนอนั้น
“จ้าวหยาพูดถูก! ทุกคนอย่าตื่นตระหนก! รีบลงมือกันได้แล้ว! คนเยอะย่อมมีพลังมาก ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว! กลับไปเก็บของกันเดี๋ยวนี้!”
ภายใต้การจัดการของจ้าวหยาและจางจื่อป๋อ นักเรียนที่เดิมกำลังหวาดกลัวก็เริ่มขยับตัวกันทีละคน จับกลุ่มกันเดินออกจากห้องเรียน
