พี่จางออกไปตั้งแต่บ่ายวันนั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสหภาพแรงงานจึงเหลือเพียงจี้หยางคนเดียว
จี้หยางเป็นคนอัธยาศัยดี คุยกับใครก็ได้สองสามประโยค ทั้งยังไม่โกรธเวลาใครหยอกเล่น จึงเข้ากับคนอื่น ๆ ในสำนักงานได้ดี
บางครั้งเจอคนจากแผนกอื่น ก็ยังพูดคุยกันได้สองสามคำ
ยกเว้นหยางอวี้เหมย
พอเข้าสู่เดือนกันยายน การเตรียมงานแสดงฉลองวันชาติก็เริ่มขึ้นแล้ว หากต้องการแจ้งให้ทั้งโรงงานทราบ ย่อมต้องอาศัยเสียงตามสาย เนื้อหาที่จะประกาศคร่าว ๆ ก็คือการต้อนรับวันชาติอย่างชื่นมื่น ขอให้แต่ละโรงงานเตรียมการแสดงที่มีคุณภาพ และให้หัวหน้ากลุ่มสหภาพแรงงานของแต่ละโรงงานแจ้งชื่อการแสดงมายังสหภาพแรงงานภายในวันที่ 15 กันยายน
เพราะจี้หยางยังต้องจัดลำดับรายการแสดงตามที่แต่ละฝ่ายแจ้งมา ทั้งยังต้องเตรียมบทพูดเชื่อมรายการให้พิธีกรด้วย
เช่นเดียวกัน ใครที่คิดว่าตนเองเหมาะจะเป็นพิธีกร ก็ไปสมัครกับจี้หยางได้
จี้หยางถือเนื้อหาที่ต้องประกาศเดินไปยังห้องกระจายเสียง วันนี้ในห้องยังมีคนอยู่สองคน แต่ไม่ใช่สหายหญิงคนเดิมจากคราวก่อน หากเป็นสหายชายคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจตรวจดูเครื่องจักร จี้หยางไม่เคยเห็นหน้าและไม่รู้จักเขา จึงเพียงพยักหน้าให้แล้วทักทายอย่างสุภาพ
“สหายหยาง วันนี้ฉันมารบกวนเธออีกแล้ว”
หยางอวี้เหมยสังเกตสีหน้าของจี้หยาง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอยังยิ้มแย้มสดใสเหมือนทุกครั้ง
หรือพ่อของเธอไม่ได้บอกหัวหน้าของจี้หยาง?
หรือพ่อของเธอบอกไปแล้ว แต่หัวหน้าของจี้หยางยังไม่มีเวลาตำหนิเธอ?
