ช่วงหลายปีมานี้ เรื่องทำอาหารในบ้านตระกูลเจียงแทบจะเป็นหน้าที่ของเจียงเหย่ทั้งหมด จี้หยางทำอาหารไม่ค่อยเก่ง เจียงเหย่จึงไม่ยอมให้แม่ของตัวเองมาคอยปรนนิบัติพวกเขา เลยรับงานในครัวไปทำเอง
พออันอันโตขึ้นอีกหน่อย เขาก็พาลูกชายมาช่วยด้วย
เด็กผู้ชายแข็งแรงทนทาน ต้องให้ลองผิดลองถูกบ้างในทุกด้าน
เพราะงั้นอย่าเห็นว่าอันอันยังเด็ก ฝีมือทำอาหารของเขาก็ไม่เลว อย่างน้อยก็ยังดีกว่าจี้หยาง
จี้หยางยืนมองพ่อลูกช่วยกันวุ่นอยู่หน้าประตูครัว รู้สึกเก้อเขินอยู่บ้าง จึงหันไปจัดห้องนั่งเล่นให้เรียบร้อย
ผักหั่นเตรียมไว้ก่อนแล้ว พอเริ่มผัดจึงใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงกับข้าวสามอย่างและน้ำแกงหนึ่งถ้วยก็ยกขึ้นโต๊ะ
ระหว่างกินข้าว อันอันยังพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด “จริง ๆ ผมยังเด็กอยู่ ไม่ต้องรีบร้อนหาเมียหรอก อีกอย่าง ไม่หาก็ได้ อยู่คนเดียวสบายจะตาย ถ้าหาเมียแล้วต้องคอยปรนนิบัติเธอ งั้นไม่เอาดีกว่า แต่งงานอะไรนั่นไม่เห็นจะสนุกเลย ความฝันตอนโตของผมคือหาเงินให้ได้เยอะ ๆ”
จี้หยางฟังแล้วใจลอยไปไกล นึกถึงอวี๋ต้ากังจากหน่วยรักษาความปลอดภัยที่โรงงานเมื่อก่อน เขาก็ไม่อยากแต่งงานเหมือนกัน
แต่ปีที่แล้วก็แต่งไปแล้ว ได้ยินว่าตอนนี้ชีวิตคู่ไม่ค่อยราบรื่นนัก
“พ่อรู้ไหมว่าปิดเทอมฤดูร้อนนี้ผมทำอะไรบ้าง?”
เจียงเหย่คีบเนื้อให้จี้หยาง พลางถามลูกชาย “ทำอะไรล่ะ หรือว่าลูกไปทำเรื่องใหญ่เข้า?”
อันอันเห็นท่าทางของเจียงเหย่แล้วก็จุ๊ปากแบบผู้ใหญ่ตัวน้อย พ่อเขาทำแบบนี้ช่างทนดูไม่ได้จริง ๆ
