หลังจากทั้งสองคนเดินจากไป เจียงฉงอันก็ยิ้มพลางพูดว่า “ไปกันเถอะครับ อาสาม เข้าไปข้างในกัน พ่อแม่ผมคงรอกันจนร้อนใจแล้ว”
พี่สามเจียงเห็นได้ชัดว่าได้รับผลกระทบ สีหน้าจึงแข็งเกร็งไปบ้าง แต่ก็ยังตอบว่า “ไป เข้าไปกันเถอะ”
จากนั้นเธอก็ถามไถ่เรื่องที่โรงเรียนของอันอันด้วยความเป็นห่วง
“เป็นยังไงบ้าง เรียนหนักไหม?”
“เข้ากับเพื่อนร่วมชั้นได้ดีหรือเปล่า?”
“อาจารย์สอนเป็นยังไงบ้าง?”
“คราวหน้าก่อนกลับไป เอาของกินอร่อย ๆ ไปฝากเพื่อนให้เยอะหน่อยนะ อาสามจะเตรียมให้ ความสัมพันธ์ต้องค่อย ๆ สร้างขึ้นมา ไม่มีความสัมพันธ์ไหนที่ขนมแก้ปัญหาไม่ได้หรอก ต้องสนิทกับเพื่อน ๆ เข้าไว้นะ”
เจียงฉงอันยิ้มพลางพยักหน้า “ไม่ต้องห่วงครับอาสาม ผมกับเพื่อน ๆ สนิทกันดี อาจารย์ก็ดีมากครับ แต่ถ้าอาสามช่วยเตรียมขนมให้ ผมก็ดีใจมากเลย อาสามไม่รู้หรอกว่าเพื่อนร่วมห้องของผมไม่มีงานอดิเรกอย่างอื่น นอกจากกิน ตอนกลางคืนผมได้ยินเสียงพวกเขาเคาะเตียงดังอยู่ทุกวันเลยครับ”
“วัยกำลังโตแบบนี้ก็ต้องกินเก่งเป็นธรรมดา หิวตอนกลางคืนก็ปกติ ถึงได้มีคำพูดว่า เด็กหนุ่มวัยกำลังโตนี่กินเก่งจนพ่อแม่แทบหมดตัวไงล่ะ”
วันนี้เป็นวันเกิดของจี้หยาง คนในบ้านจึงไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอก แต่ทำอาหารเต็มโต๊ะอยู่ที่บ้าน ให้ทั้งครอบครัวได้มารวมตัวกัน
พี่ใหญ่เจียง พี่รองเจียง พี่สามเจียง รวมถึงเจียงเสี่ยวเม่ยและหลิวลี่ผิงต่างก็มากันครบ
เพราะเป็นวันเกิดของจี้หยาง ทุกคนจึงไม่ยอมให้เธอลงมือทำอะไร เธอนั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขก แล้วยิ้มสั่งเจียงเหย่ให้หยิบนู่นหยิบนี่มาให้
