จี้หยางเขียนเรื่องเหล่านี้มาร่วมเดือน แก้แล้วแก้อีกอยู่หลายรอบ จะเขียนให้สละสลวยเกินไปจนคนงานอ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่ได้ จะเขียนตรงเกินไปจนดูเหมือนเทศนาสั่งสอนก็ไม่ดี
เธอจำกัดแต่ละเรื่องไว้ที่ห้าหกร้อยตัวอักษร มีตัวละคร มีเรื่องราว มีจุดพลิกผัน และลงท้ายด้วยประโยคที่ทำให้คนอ่านใจหนักอึ้ง
จุดประสงค์เรียบง่ายมาก
เพื่อให้หลังจากอ่านจบแล้ว พอถึงคราวทำงานครั้งหน้า พวกเขาจะนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้
เจียงเหย่อ่านเรื่องสั้นทั้งสิบกว่าเรื่องจนจบ แล้วปิดสมุดลง
“ที่รัก”
“หืม?”
“ถ้าคุณไม่ออกหนังสือ คงน่าเสียดายแย่เลยนะ”
จี้หยางยิ้มหน้าบาน “ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน”
“เขียนได้ดีมาก” เจียงเหย่วางสมุดลงบนโต๊ะ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วมองเธอ “ดีจริง ๆ นะ ไม่ได้ชมเอาใจหรอก ถ้าเอาเรื่องพวกนี้ไปให้คนในโรงงานอ่าน พวกแผนกผลิตต้องชอบแน่”
“จริงเหรอ?”
“ลองคิดดูสิ พวกช่างเก่าในโรงงานเรา ถ้าคุณพูดเรื่องกฎระเบียบให้ฟัง หูยังไม่กระดิกเลย แต่ถ้าเล่าเรื่องให้ฟังสักเรื่อง ในเรื่องมีคนที่ทำงานเหมือนเขา ทำผิดพลาดเหมือนเขา แล้วสุดท้ายเกิดเรื่องขึ้นมา เออ แบบนั้นเขาถึงจะเก็บไปคิด”
เจียงเหย่เคาะสมุดเบา ๆ “โดยเฉพาะเรื่องแผนกพ่นสีที่มีคนสูบบุหรี่นั่น เขียนได้หนักที่สุด”
หัวใจจี้หยางเต้นเร็วขึ้นหนึ่งจังหวะ
จะไม่หนักได้อย่างไร
เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เธอตั้งใจเขียนมากที่สุด
