เมื่อวานจี้หยางล้วงเงิน 200 หยวนออกมาจากกระเป๋าพ่อจี้ได้ ถ้าจะล้วงเอาอีกคงยากแล้ว
สินสอดที่เจียงเหย่ให้มา มีโอกาสสูงว่าจะถูกพ่อจี้เก็บไว้ และส่วนใหญ่คงไม่เอาออกมาให้เธอติดตัวไปตอนออกจากบ้าน
แต่ถึงอย่างไร ถ้าเจียงเหย่ให้มา เธอก็ขอคืนได้อยู่ดี แค่ยุ่งยากไปหน่อย ไม่สู้ไม่ให้มาตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องวุ่นวาย
เจียงเหย่เงียบไปชั่วขณะ คำพูดประโยคเดียวของจี้หยางทำเอาเขาไปไม่เป็น ปกติเขาเคยได้ยินแต่ฝ่ายหญิงเรียกสินสอดกันหนักหน่วง อย่างนาฬิกาข้อมือ เสื้อบุผ้าฝ้าย กางเกงผ้าลูกฟูก เสื้อผ้าสองชุด ผ้าสองพับ ไหนจะสินสอดร้อยเอ็ดหยวนสำหรับหญิงสาวดีเด่น รถยนต์ นาฬิกาข้อมือ และจักรเย็บผ้าอีก
แต่จี้หยางขอแค่ 2 หยวน
สินสอด 2 หยวน...
เจียงเหย่เงียบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “แล้วอย่างอื่นล่ะ? นาฬิกาข้อมือ จักรยาน จักรเย็บผ้า แล้วก็เครื่องเรือนสามสิบหกชิ้น เธอคิดยังไง”
ตอนนี้ทั้งคู่จดทะเบียนกันแล้ว จะพูดเรื่องพวกนี้ก็ออกจะแปลกอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันตามความจริง จี้หยางตอบว่า
“นาฬิกาข้อมือฉันค่อยหาเงินซื้อเองก็ได้ จักรยานฉันก็ขี่ไม่เป็น ซื้อมาไม่มีประโยชน์ ส่วนจักรเย็บผ้าไม่รู้ว่าบ้านคุณมีหรือเปล่า ถ้ามีก็ดีเลย มีจักรเย็บผ้าสักเครื่องก็สะดวกดี ส่วนเครื่องเรือนสามสิบหกชิ้น ฉันไม่ถือหรอก แล้วแต่บ้านคุณว่าจะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ไหม”
เจียงเหย่คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ได้ ฉันรู้แล้ว”
