ตั้งแต่นั้นมา ไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด ต่างก็อยากให้จี้หยางดูการแสดงของตัวเองทุกครั้ง หลังดูจบ จี้หยางก็จะอาศัยประสบการณ์ของตนให้คำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้จะไม่ถึงกับเป็นมืออาชีพนัก
เวลาที่เหลือเธอต้องเขียนต้นฉบับ อัปเดตป้ายประชาสัมพันธ์ของโรงงานที่เกี่ยวกับสหภาพแรงงาน ทั้งยังต้องเขียนบทพิธีกรให้ผู้นำตรวจอนุมัติ เพื่อให้พิธีกรมีเวลาท่องจำล่วงหน้า
วันนั้น จี้หยางยื่นบทพิธีกรที่เตรียมไว้ให้รองประธานหลิว หลังจากอ่านจบ เขาก็พูดว่า “เสี่ยวจี้ ไม่ว่าจะเป็นแผนกในโรงงานหรือแผนกอื่น ๆ ต่างก็มีการแสดงกันทั้งนั้น สหภาพแรงงานของเราก็ควรมีสักชุดเหมือนกัน ปีนี้เธอเป็นคนจัดการการแสดงของสหภาพแรงงานแล้วกัน คิดดูเองว่าจะทำอะไร”
จี้หยางกะพริบตา เรื่องนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเธอ “ประธานหลิว พี่หวัง พี่โจว แล้วก็คนอื่น ๆ น่าจะมีประสบการณ์มากกว่าฉันนะคะ”
พอดีพี่โจวอยู่ตรงนั้น เขาโบกมือปฏิเสธ “อย่าเรียกฉันเลย ฉันไม่ไหว ทุกปีต้องคิดการแสดงจนหัวแทบล้านแล้ว เสี่ยวจี้ เธอจัดการเถอะ เธอยังสาว เธอขึ้นเวทีเอง อย่ามาทรมานคนแก่แข้งขาไม่ดีอย่างพวกเราเลย”
จี้หยางยิ้มตอบก่อนว่า “พี่โจวพอเลยค่ะ พี่แก่ตรงไหนกัน”
จากนั้นก็พูดต่อ “งั้นฉันทำเอง...เอาเป็นว่าฉันอ่านบทกวีก็แล้วกันไหมคะ?” แบบนี้ทำได้ง่ายหน่อย ไม่ต้องใช้ความคิดมาก
รองประธานหลิวพยักหน้า “ได้ เสี่ยวจี้ เธอจัดการเลย เอาการแสดงของเธอใส่ลงในรายการด้วย”
นับจากวันนั้น จี้หยางก็เริ่มคิดเรื่องบทกวีที่เธอจะอ่านขึ้นมาอีกครั้ง
