ทั้งสองคุยกันสั้น ๆ แค่สองสามประโยค จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก
พอเข้าบ้าน เจียงเหย่ก็ดันจี้หยางไปชิดประตูใหญ่ มือหนึ่งเชยคางเธอให้เงยหน้าขึ้น ก่อนจะก้มลงจูบ
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร จูบนั้นจึงสิ้นสุดลง
หลังถอนจูบ เจียงเหย่ก็โอบเอวจี้หยาง ดึงเธอเข้ามาแนบอกอีกนิด แล้วยกมือลูบผมเธอ น้ำเสียงฟังดูดุ ๆ
“หยางหยาง ฉันไม่ได้ไม่พอใจที่เธอไปเจอเพื่อนร่วมชั้นหรอกนะ แต่หัวข้อที่พวกเธอคุยกันข้างนอกมันไม่เหมาะ ถ้าเกิดพวกคนที่คาดปลอกแขนแดงจับได้ขึ้นมา แล้วตั้งข้อหาอันธพาลกับเธอเข้า จะทำยังไงล่ะ? ถึงตอนนั้นเธออาจกลายเป็นอันธพาลหญิงคนแรกของเมืองหลวงเราก็ได้ จุ๊ ๆ แบบนั้นก็ ‘ดัง’ ไปเลยนะ”
“ไม่หรอกมั้ง?” จี้หยางเงยหน้ามองเขา
“ฉันจะโกหกเธอทำไม? เธอไม่เห็นพวกคนคาดปลอกแขนแดงตามถนนหรือไง? มีแต่เธอนี่แหละที่ซื่อ ต่อไปถ้าเจอเขาอีกก็อยู่ให้ห่าง เข้าใจไหม?”
จี้หยางพยักหน้าอย่างว่าง่าย “รู้แล้ว ๆ ฉันจะอยู่ห่างเขาแน่นอน ฉันยังรู้สึกว่าเขาเหมือนจะป่วย อยู่ ๆ ก็โผล่มาแล้วด่าฉันฉอด ๆ ฉันก็คิดว่าตัวเองไม่ได้ไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจสักหน่อย แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาด่าฉันโดยไม่มีเหตุผลล่ะ? สมองไม่ปกติชัด ๆ”
เจียงเหย่ตบไหล่เธอเบา ๆ “คิดแบบนี้ก็ถูกแล้ว คนแบบนั้นอันตรายเกินไป พวกเราอยู่ห่างเขาไว้ก็พอ”
“อืม ฉันรู้แล้ว ที่จริง...” จี้หยางชะงักไปครู่หนึ่ง “ฉันรู้สึกว่าเป็นไปได้ว่าน้องสาวคนนั้นของฉันส่งเขามากลั่นแกล้งฉัน”
