เจียงจื้อหย่วนกล่าวว่า “ถ้าผมรู้ ผมคงห้ามเธอไว้”
จี้หยางยังคงไม่พูดอะไร
เจียงเหย่เอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องมันผ่านไปแล้ว พูดเรื่องพวกนี้ไปจะมีประโยชน์อะไร”
เจียงจื้อหย่วนเองก็คิดเช่นนั้น เรื่องมันผ่านไปแล้ว พูดเรื่องพวกนี้ไปจะมีประโยชน์อะไรเล่า
“ผมจะแต่งงานแล้ว” เขากล่าว “ผมอายุก็ไม่น้อยแล้ว แม่ผมอยากอุ้มหลานอยู่ตลอด ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ป้าบ้านข้าง ๆ แนะนำผู้หญิงคนหนึ่งให้ผม”
ไม่รู้ทำไม เจียงจื้อหย่วนถึงอยากพูดอะไรสักหน่อย พูดเรื่องอะไรก็ได้ทั้งนั้น
“ผู้หญิงคนนั้นไม่เลวเลย นิสัยอ่อนโยน อารมณ์ก็ดี ครอบครัวของเธอผมก็รู้จัก ทุกคนล้วนใช้ได้”
“ถึงผมจะหย่ากับจี้ม่านได้ไม่นาน แต่คนเราก็ต้องมองไปข้างหน้า ผมคงรักษาความเป็นโสดเพื่อเธอไปตลอดชีวิตไม่ได้”
“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราหย่ากันเพราะหมดรักกันแล้ว”
เจียงจื้อหย่วนถอนหายใจแผ่วเบา
“ตอนนี้พอมาคิดดู สมัยหนุ่ม ๆ ผมเคยหุนหันพลันแล่นไปบ้าง คิดว่าถ้าชอบใครก็ทำตามใจตัวเองได้ ไม่ต้องสนว่าจะทำร้ายคนอื่นหรือเปล่า”
“พออายุมากขึ้นถึงจะรู้ว่า ยังมีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าความรัก”
“ตอนนั้นเองผมถึงได้รู้ว่าตัวเองผิด”
เจียงจื้อหย่วนพูดอย่างจริงใจ แต่จี้หยางกลับอยากหัวเราะ
จริงด้วย สำหรับเจียงจื้อหย่วน พออายุมากขึ้นก็จะรู้ว่ายังมีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าความรัก
เหมือนกับชีวิตก่อนหน้าในหนังสือ
ทั้งที่เขาแต่งงานกับเจ้าของร่างเดิม แต่กลับไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น
เขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แต่ก็ไม่ยอมหย่ากับเจ้าของร่างเดิม
