เจ้าหน้าที่โจวพลิกดูเอกสารในมือ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไร
พี่จ้าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการองค์กร ปกติไม่ค่อยชอบพูดในสำนักงาน ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น วางตัวเงียบ ๆ จนเหมือนตัวตนของเขาไม่มีอยู่จริง
หวังโส่วอี้ที่มาทำงานได้ระยะหนึ่ง เดิมทีก็รู้สึกไม่เป็นธรรมอยู่ในใจ แต่พอนึกถึงสภาพน่าอนาถตอนถูกจี้หยางสวนกลับครั้งก่อน แถมเรื่องยังไปถึงประธาน เขาก็อดหวาด ๆ เวลาต้องเผชิญหน้ากับจี้หยางไม่ได้
ครั้นเห็นจี้หยางยิ้มอย่างอ่อนโยนให้พี่หลี่ แต่ถ้อยคำกลับแฝงการเยาะเย้ย เขาก็คิดในใจว่า เห็นไหมล่ะ เขารู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
ไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่นิดเดียว
หวังโส่วอี้ที่คิดว่าตนมองจี้หยางออกแล้ว ก้มหน้าคุ้ยเอกสารบนโต๊ะ งานชั้นเรียนสอนหนังสือให้คนไม่รู้หนังสือที่จัดไปก่อนหน้านี้ทำได้ดี ตอนนี้เริ่มขยายไปสู่การฝึกอบรมด้านเทคนิคแล้ว เขาต้องขยันให้มากกว่านี้
ส่วนพี่หลี่นั้นโกรธมาก
แต่ทำงานด้วยกันมาพักหนึ่ง เธอก็พอเข้าใจนิสัยของจี้หยางแล้ว ว่าไม่ใช่คนที่เห็นว่าอายุน้อยแล้วจะรังแกได้ง่าย ๆ
ถ้าเป็นหญิงสาวทั่วไป พอเห็นว่าเธออายุมากกว่าและมีประสบการณ์มากกว่า เรื่องนี้ก็คงจบไปแล้ว
แต่จี้หยางไม่ใช่
เธอจะพูดจนอีกฝ่ายเถียงไม่ออก
พี่หลี่ทำงานในสหภาพแรงงานมาหลายปี ย่อมมีหลักในการรับมือผู้คนเป็นของตัวเอง จะไม่ยอมปะทะกับจี้หยางเพียงเพื่อเอาชนะกันด้วยทิฐิ
ไม่จำเป็นเลย
อีกอย่าง ตอนนี้จี้หยางได้เข้าไปอยู่ต่อหน้าผู้บริหารโรงงานจริง ๆ แล้ว อย่างน้อยก็มีสิทธิ์มีเสียงอยู่บ้าง
สมมติว่าในอนาคตมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือนหรือได้รับเลือกเป็นพนักงานดีเด่น แล้วโอกาสนั้นตกมาถึงเธอ แต่จี้หยางพูดเพียงคำเดียว โอกาสของเธอก็อาจกลายเป็นฟองสบู่ได้
