พี่เจี่ยงพยักหน้า “ใช่แล้ว ในเมื่อได้ร่วมงานกัน ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นเรื่องของน้ำใจ จะโยนเรื่องที่ตัวเองควรรับผิดชอบให้คนอื่นได้ยังไงล่ะ”
จี้หยางยกแก้วขึ้นจิบน้ำ รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงเดิม แล้วก็ชวนคุยเรื่องอื่นอย่างสบาย ๆ
นับจากวันนั้น ไม่ว่ามีธุระหรือไม่ จี้หยางก็แวะมาที่สำนักงานโรงงานอยู่เรื่อย บางครั้งก็เอาผลไม้มาให้เจียงเหย่ บางทีก็ถือเสื้อไหมพรมที่ถักให้ลูกชายมาให้ดู
หัวข้อที่คุยกันก็มีสารพัด เอาเป็นว่าคุยกันไปเรื่อยเปื่อย
รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี่แหละที่เผยให้เห็นนิสัยใจคอของคนได้ชัดที่สุด ผู้อำนวยการโรงงานดีกับจี้หยางไม่น้อย เธอไม่ได้คิดจะหาคนที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติให้เขา แต่อย่างน้อยนิสัยก็ต้องผ่านเกณฑ์
และก่อนที่จี้หยางจะออกจากโรงงาน เธอก็เลือกคนที่จะมารับตำแหน่งเลขานุการคนใหม่ของโรงงานได้แล้ว
คนนั้นก็คือพี่เจี่ยง
เสี่ยวติงเองก็ดีไม่น้อย แต่ไม่ค่อยคล่องแคล่วสักเท่าไร ความคล่องแคล่วเป็นเรื่องดี ทว่าทุกอย่างย่อมมีขอบเขต หากมากเกินไปก็ไม่ดี
ส่วนพี่เจี่ยงเป็นคนสุขุม รอบคอบ และรู้จักวางตัวกับผู้คนได้อย่างเหมาะสม
งานจิปาถะทั้งเล็กใหญ่ในสำนักงานโรงงาน รวมถึงการจัดการเอกสารต่าง ๆ เธอก็ทำได้ดี แถมยังเก็บความลับเก่ง
พี่เจี่ยงเพิ่งเข้าใจจุดประสงค์ของจี้หยางอย่างเลือนราง ก็ตอนที่ได้รับแจ้งเรื่องนี้แล้ว
เพื่อแสดงความขอบคุณ เธอบอกจี้หยางอยู่หลายครั้งว่าจะไม่ทำให้ความหวังดีของจี้หยางต้องสูญเปล่า
