คุยกับผู้อำนวยการโรงงานเว่ยได้เพียงห้านาที จี้หยางก็ออกจากห้องทำงานของเขา
สำนักงานโรงงานอยู่ห้องข้าง ๆ พอดี จี้หยางคิดว่าไหน ๆ ก็มาแล้ว แวะทักเจียงเหย่ก่อนค่อยกลับดีกว่า
เธอมองเข้าไปในห้องทำงานผ่านประตูที่เปิดอยู่ โอ้โห สหายเจียงเหย่กำลังคุยโวกับคนอื่นอยู่ในนั้น
“เขาว่ากันว่าเห็นเด็กตอนสามขวบก็พอจะรู้ว่าโตขึ้นจะเป็นยังไง ผมว่าไม่จริงหรอก แค่สามเดือนก็มองออกแล้ว ลูกชายผมน่ะฉลาดจริง ๆ ตั้งแต่โตมาผมยังไม่เคยเจอเด็กคนไหนฉลาดรู้ความเท่าเขาเลย พวกคุณว่าเด็กแค่นี้...”
“หิวน้ำก็ร้องไห้ หิวก็ร้องไห้ อึฉี่ก็ร้องไห้ คุณหมายความว่าอย่างนี้ใช่ไหม เจียงเหย่”
เสียงหัวเราะครืนดังขึ้นทั่วห้องทำงานทันที
จี้หยางยกมือปิดตา นิสัยของเจียงเหย่นี่ไม่มีใครเหมือนจริง ๆ ไม่ว่าจะไปไหนก็เข้ากับคนอื่นได้หมด แถมยังทำให้ใคร ๆ ไม่รู้สึกรำคาญเขาได้อีก
“เจียงเหย่ ภรรยาคุณมาแล้ว” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเห็นจี้หยางตรงประตู จึงเอ่ยขึ้น
เจียงเหย่ชะโงกมองไปทางประตู พอเห็นเธอดวงตาก็เป็นประกาย เขาลุกขึ้นเดินออกไปพลางถามว่า “คุณมาที่นี่ได้ยังไง?”
“ฉันขึ้นมาทำธุระน่ะ เลยแวะมาหาคุณด้วย ใคร ๆ ก็พูดกันว่าไม่ได้เจอกันวันเดียวเหมือนห่างกันสามฤดูสารท เราสองคนไม่ได้เจอกันตั้งสี่ชั่วโมงแล้วนี่นา นับเป็นหนึ่งฤดูสารทได้หรือยัง?”
เจียงเหย่เหลือบมองเข้าไปในห้องทำงาน เห็นเพื่อนร่วมงานสองคนกำลังแอบมองออกมาบ้างเป็นระยะ
เขาพาจี้หยางเดินไปอีกสองสามก้าว แล้วก้มมองเธอ แววตาเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม “รอผมนะ ใกล้เลิกงานแล้ว เดี๋ยวเลิกงานผมไปรับคุณ”
