“พี่หลิว แล้วรู้ไหมว่าใครเป็นคนแจ้งเบาะแสเรื่องที่พี่ต้องลงชนบท?”
หลิวเย่าจงขมวดคิ้วเงียบ ไม่พูดอะไร ผ่านไปครู่ใหญ่จึงจ้องจี้ม่านนิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง เขาหยิบซองบุหรี่ออกจากกระเป๋า จุดไม้ขีดแล้วจุดบุหรี่
ไม่นาน ควันก็ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง
“เธอรู้เหรอ?” เขาถาม
“ค่ะ พี่หลิว คนที่แจ้งเบาะแสพี่ก็เป็นคนที่พี่รู้จัก เป็นพี่สาวแท้ ๆ ของฉันเอง—จี้หยาง”
ที่จริงจี้ม่านเองก็ไม่รู้ว่าหลิวเย่าจงถูกใครแจ้งเบาะแส เธอจงใจพูดว่าเป็นจี้หยาง เพราะหลายปีมานี้เธอคอยจับตาดูจี้หยางอยู่เสมอ จึงรู้ว่าตอนนั้นจี้หยางกับภรรยาของหลิวเย่าจงมีเรื่องไม่ลงรอยกันสมัยทำงานที่โรงงานจักรยาน
ส่วนภรรยาของหลิวเย่าจงก็เป็นพวกคลั่งรักอยู่หน่อย ๆ หากจะเล่นงานใคร แน่นอนว่าต้องจัดการจุดอ่อนของคนนั้น จี้ม่านจึงคิดว่าตอนจี้หยางผู้หญิงใจร้ายคนนั้นเล่นงานภรรยาของหลิวเย่าจง เธออาจพุ่งเป้าไปที่หลิวเย่าจงด้วย
คิดแบบนี้แล้ว จี้ม่านก็เห็นว่าเรื่องของหลิวเย่าจงมีโอกาสเกี่ยวข้องกับจี้หยางอยู่มาก
ต่อให้เดิมทีจะไม่ใช่ ตอนนี้ก็ทำให้กลายเป็นใช่ได้แล้ว
“พี่หลิว ฉันจำได้ว่าพี่สาวฉัน จี้หยาง เคยทำงานโรงงานจักรยานเดียวกับอดีตภรรยาของพี่ ทั้งคู่มีเรื่องขัดแย้งกันไม่น้อย เรื่องนี้ใคร ๆ ก็รู้”
“พี่อาจไม่ค่อยรู้จักนิสัยพี่สาวฉัน แต่เธอใจดำมาก แม่ฉันเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก พอแต่งงานแล้วกลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ใช่แค่แต่งเรื่องโกหกแม่ฉัน ยังตัดขาดกับครอบครัวไปเลย”
