ตลอดทางเจียงเหย่ไม่เห็นแม้แต่เงาของจี้หยาง เขาร้อนใจจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
เขาปั่นจักรยานเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังค้นหาบริเวณรอบ ๆ อีกครั้ง แต่ก็ไม่พบ จึงไปตามสถานที่ที่จี้หยางอาจไป
ไม่มี
ไม่มีเลย
ไม่พบที่ไหนสักแห่ง
ท้ายที่สุด เมื่อหมดหนทาง เจียงเหย่ก็ไปที่บ้านเดิมของจี้หยาง
“จี้หยางอยู่หรือไม่?”
เวลานั้นเป็นช่วงค่ำ คนตระกูลจี้อยู่บ้านกันครบ พอพ่อจี้ได้ยินชื่อจี้หยางก็ไม่ค่อยพอใจนัก ลูกสาวอกตัญญูคนนั้น ตั้งแต่แต่งงานไปก็ไม่เคยกลับมาเลยสักครั้ง ไม่คิดถึงเขาซึ่งเป็นบิดาแม้แต่น้อย
ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างสุขสบาย โดยไม่สนใจความเป็นความตายของบิดามารดาเลย
“ไม่เห็น ตั้งแต่แต่งงานกับแก เธอก็ไม่เคยกลับมาเลยนี่ มีอะไรหรือ? ทำคนหายหรือไง?”
พ่อจี้พูดจาเหน็บแนมเยาะเย้ย
เมื่อเห็นว่าคำพูดของพ่อจี้ดูไม่เหมือนคำโกหก เจียงเหย่จึงเตรียมตัวกลับ พ่อจี้แค่นเสียงเย็นชา “ลูกสาวอกตัญญูอย่างเธอ ต่อให้หายไปจริง ๆ ก็สมควรแล้ว!”
เจียงเหย่ชะงักขณะกำลังหันหลัง แล้วมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
พ่อจี้คงแก่ตัวลง เลือดร้อนไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว พอถูกสายตาของเจียงเหย่ที่ราวกับหมาป่ากินคนจับจ้อง ก็เงียบกริบทันที
เจียงเหย่รีบลงบันได จี้เฉียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตามออกไป
“เจียงเหย่”
เขาเรียกเจียงเหย่ เพราะไม่สนิทกัน หรืออาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจี้หยางไม่ดีนัก หลังจี้หยางแต่งงานก็ไม่ยอมรับบ้านนี้ เขากับจี้หยางจึงไม่มีความผูกพันกันเท่าไร ตอนเรียกอีกฝ่ายจึงเรียกชื่อเจียงเหย่ตรง ๆ ไม่ได้เรียกพี่เขย
