เจียงเหย่วางเกี๊ยวไว้ตรงหน้าโต๊ะของหลิวลี่ผิง พลางกล่าวว่า “ไม่ต้องเกรงใจ กินเถอะ”
“ลี่ผิง ลองชิมดูสิ ไส้ผักกาดขาวกับปาท่องโก๋ หอมใช้ได้เลยนะ” จี้หยางกล่าวเสริม
แม่เจียงกลัวอีกฝ่ายจะเกรงใจ จึงบอกว่าจะเข้าไปดูเด็กทั้งสองในห้อง แล้วก็เดินออกไป
เจียงเหย่เองก็กลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือ ปล่อยพื้นที่ให้ทั้งสองคน
ชั่วขณะนั้น ภายในบ้านจึงเหลือเพียงจี้หยางกับหลิวลี่ผิง
หลิวลี่ผิงกินเกี๊ยวเงียบ ๆ ฟังจี้หยางชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้เป็นระยะ รู้สึกเพียงว่าหัวใจอบอุ่นและพองโต
พอกินเกี๊ยวเสร็จ เธอก็ถือชามเตรียมไปล้าง
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันล้างเอง” จี้หยางบอก
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่หยาง ฉันล้างเอง พี่บอกให้ฉันทำตัวตามสบาย เหมือนอยู่บ้านตัวเองไม่ใช่เหรอ ล้างชามที่บ้านตัวเองจะเป็นอะไรไปล่ะคะ”
จี้หยางจนใจ จึงได้แต่ปล่อยให้หลิวลี่ผิงไปล้างชาม
“กลับบ้านไปหรือยัง?” พออีกฝ่ายกลับมานั่ง จี้หยางก็ถาม
หลิวลี่ผิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “ไม่ได้กลับค่ะ ตั้งแต่ปีนั้นที่ฉันจากมา ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ต่อไปก็จะไม่ติดต่อแล้ว”
เธอมองจี้หยาง แววตามุ่งมั่นแน่วแน่ “พี่หยาง พี่บอกว่าไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านแล้วเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ ฉันก็จะทำแบบเดียวกัน เรื่องที่พี่ทำได้ ฉันก็ทำได้ ตั้งแต่วันที่พวกเขาส่งฉันลงชนบท เราก็ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันอีกแล้ว”
เธอกล่าวต่อ “ไม่ใช่ว่าฉันไม่แค้นพวกเขานะ ตอนฉันลงชนบท พวกเขาไม่ให้เงินติดตัวมาสักหยวนเดียวก็ว่าแย่แล้ว แม้แต่ข้าวของก็ยังไม่เตรียมให้ เสื้อผ้าเก่า ๆ กับผ้าห่มเก่า ๆ ที่ฉันเอาติดตัวไป ล้วนเป็นของที่ใช้มานานแล้วทั้งนั้น”
