เย็นวันถัดมา หลังเลิกงาน เจียงเหย่ออกไปก่อนเวลานิดหน่อย ตั้งใจไปรับจี้หยางที่ทำงาน
จี้หยางเดินออกมาพร้อมหัวหน้า หัวหน้าถามว่า “เสี่ยวจี้ นี่ใครหรือ?”
“หัวหน้าคะ นี่สามีฉันค่ะ”
“อ้อ ๆ หน้าตาดีไม่เบา ดูแล้วก็ไม่เลวเลย”
“ใช่ค่ะ”
หัวหน้าชะงักไปเล็กน้อย คงไม่คิดว่าจี้หยางจะตอบแบบนี้ เพราะคนส่วนใหญ่มักถ่อมตัวตามธรรมเนียม ไม่ค่อยมีใครพูดตรง ๆ เหมือนจี้หยาง
จากนั้นเขาก็หัวเราะเสียงดัง “คุณนี่น่าสนใจจริง ๆ”
พูดจบก็ยืนคุยกับเจียงเหย่อีกสองสามประโยค
ระหว่างปั่นจักรยานกลับบ้าน เจียงเหย่ถามว่า “ร้านซ่อมรถที่คุณพูดถึง อยู่ห่างจากที่ทำงานแค่ไหน?”
“ปั่นจักรยานไปประมาณไม่ถึง 20 นาทีค่ะ”
“ได้ ใกล้ถึงแล้วเตือนผมด้วย”
“ได้ค่ะ”
พอทั้งคู่ไปถึงแผงซ่อมรถ ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ดูท่าช่างซ่อมรถจะกลัวเรื่องยุ่งยากจริง ๆ คงกลัวเฉินหม่านชางจะมาพังแผง เลยย้ายไปตั้งร้านที่อื่นแล้ว
“หนีไวเหมือนกันนะ” เจียงเหย่พูด
“หนีไปแล้วก็ช่างเถอะ คราวนี้คุณก็สบายใจได้แล้ว”
“คนแบบนี้รังแกคนอ่อนแอ แต่กลัวคนแข็งแกร่ง ไม่กล้าทำชั่วเรื่องใหญ่ วัน ๆ เอาแต่ทำเรื่องเลวเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้คนอื่นเดือดร้อน”
“ฮิ ๆ เดินทางเปลี่ยวบ่อยเข้าก็ต้องเจอผีสักวัน ไม่ใช่ทุกคนจะใจดีเหมือนฉันนะ แค่พลิกแผงล้มเท่านั้น วันไหนอาจโดนคนซ้อมเอาก็ได้”
ถึงอย่างไร เรื่องเสียเปรียบแบบนี้ก็ใช่ว่าทุกคนจะยอมกล้ำกลืนได้
พรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงาน พวกเขาจึงไม่ได้กินข้าวที่บ้านตอนเย็น เจียงเสี่ยวเม่ยฝากคนกลับมาบอกตั้งแต่เช้า ให้ทุกคนไปกินด้วยกัน เพราะวันนี้เหล่าหวังได้เนื้อแกะมา ตั้งใจจะเอามาย่างกิน
