ผ่านไปครู่ใหญ่ เจียงเหย่จึงยอมปล่อยเธอ เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำกับดวงตาที่แดงเรื่อของเธอ ก่อนรอยยิ้มในดวงตาจะยิ่งลึกซึ้งขึ้น “จูบแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าจูบ”
จี้หยางซุกหน้าอยู่ในอ้อมอกเขา ไม่อยากพูดอะไร
เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย
แค่จูบก็อ่อนระทวยแล้ว
น่าอายชะมัด
เจียงเหย่โอบเอวจี้หยางไว้ มืออีกข้างลูบแผ่นหลังเธอเบา ๆ เป็นพัก ๆ เขาก้มมองคนในอ้อมแขนที่หน้าแดงก่ำ แววตาและสีหน้าเต็มไปด้วยความยินดีที่ได้ดั่งใจ
……
พักเรื่องที่เจียงเหย่หลอกจนจี้หยางเสียท่า แล้วคืนนั้นจะเรียกร้องผลตอบแทนจากเธออย่างไรไว้ก่อน
ทั้งยังไม่พูดถึงลุงหม่า หัวหน้ารปภ.ที่เคยเป็นทหาร ว่ากลับบ้านไปอบรมลูกชายเรื่องการประพฤติตนอย่างซื่อตรงอย่างไร
มาพูดถึงแผน ‘ขอยืมเงิน’ ของจี้ม่าน หลังจากพ่อจี้กับแม่เลี้ยงจี้ของเธอกลับไปในวันรุ่งขึ้นกันดีกว่า
จี้ม่านรอจนพ่อจี้กับแม่เลี้ยงจี้ออกไปทำงาน แล้วจึงเข้าไปในห้องของทั้งคู่ หาลูกกุญแจตู้ที่วางอยู่บนตู้เสื้อผ้า ก่อนจะไขเปิดออก
จากนั้นเธอก็หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งที่ค่อนข้างหนาออกมา คลี่ดูแล้วพบว่าข้างในมีธนบัตรหลายราคา ทั้ง 10 หยวน 5 หยวน 2 หยวน และ 1 หยวน
เธอนับดูอย่างละเอียด ได้ทั้งหมด 229 หยวน
เดิมทีจี้ม่านตั้งใจจะหยิบไปแค่ 100 หยวน แต่พอมองเงินในมือก็คิดว่า 100 หยวนจะทำอะไรได้ ซื้อที่ทำงานยังต้องใช้ตั้งห้าหกร้อยหยวน ยิ่งเป็นการฝากเส้นสายด้วยแล้ว เงินแค่ 100 หยวนเอาออกไปคงดูไม่เหมาะ
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยิบไป 200 หยวน แล้วนำเงินอีก 29 หยวนวางกลับไว้ที่เดิม
