หลายคนคุยกันอยู่ทางนี้ได้ไม่กี่คำก็หยุด แล้วตั้งใจฟังบทสนทนาจากบ้านข้าง ๆ
คนที่พูดอยู่ข้างบ้านยังคงเป็นน้องเมียคนนั้น หลังถูกซ้อมจนหน้าบวมแล้วยังหน้าหนาเหมือนเดิม คำพูดที่ออกจากปากก็ชวนโมโหไม่เปลี่ยน
“พี่เขยจะตีผมสองทีก็ตีไป ใครใช้ให้ผมเป็นน้องเมียพี่ล่ะ ถึงไม่เห็นแก่คนอื่น ผมก็ต้องเห็นแก่พี่สาวตัวเอง ผมไม่ไปฟ้องพี่หรอก”
“แต่เรื่องที่พี่คิดบัญชีนี่ไม่ถูกนะ”
“ดูสิว่าบัญชีที่พี่คิดมานี่มันเรื่องอะไรบ้าง”
“อย่างค่าสินสอดนี่ บ้านไหนแต่งลูกสะใภ้เข้าบ้านแล้วไม่เสียเงินบ้าง ต่อให้พี่เขยไม่ได้แต่งกับพี่สาวผม แต่แต่งกับผู้หญิงคนไหนก็ต้องเสียเงินอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”
“อีกอย่าง ช่วงปีใหม่หรือเทศกาล ลูกเขยไปเยี่ยมบ้าน ก็ต้องแสดงความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอ”
“ผมไปบ้านภรรยา จะไปมือเปล่าก็ไม่ได้เหมือนกัน”
“ส่วนเงินใส่ซอง ยิ่งสมควรให้เข้าไปใหญ่ พี่สาวผมแต่งเข้าบ้านพวกพี่แล้ว เราก็เป็นญาติสนิทกัน ให้ของขวัญญาตินิดหน่อยก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ”
“ส่วนเรื่องที่ยืมเงินบ้านพี่ ขอถามหน่อย มีหนังสือกู้ยืมไหม”
“ไม่มีหนังสือกู้ยืม... เรื่องนี้ผมไม่ยอมรับหรอก”
เหล่าหวังพูดว่า “เห็นไหม อีกฝ่ายไม่ยอมรับ ญาติบ้านไหนยืมเงินกันแล้วทำหนังสือกู้ยืมบ้าง น้อยมาก เงินที่ยอมให้ยืมกันก็เป็นเพราะเป็นญาติสนิท ถ้าต้องทำหนังสือกู้ยืมขึ้นมา ก็เหมือนทำให้ความสัมพันธ์ฉันญาติหมางใจกันน่ะสิ ไม่ต้องพูดถึงบ้านต้าเหว่ยเลย เท่าที่ฉันรู้ บ้านที่ให้ญาติยืมเงินแล้วทำหนังสือกู้ยืมน่ะมีน้อยมาก”
