พี่จางนั่งลง ดันแว่นขึ้นเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ อ่านต้นฉบับที่จี้หยางเขียนจนจบทีละคำ รอยยิ้มชื่นชมค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า
“เสี่ยวจี้ ต้นฉบับของเธอเขียนได้ดีนี่ มีของอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะหัวข้อรองนี่ดีมาก ‘พวกเขามักพูดกันว่า’ อืม หัวข้อนี้... อีกอย่าง เนื้อหาทั้งเรื่องก็หนักแน่น เข้าถึงคนทั่วไป มีเนื้อมีหนัง ไม่กลวงเปล่า!”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันแค่ลองเขียนตามแบบต้นฉบับของพี่จาง หลังจากได้อ่านของพี่แล้ว” จี้หยางถ่อมตัวเล็กน้อย
“ว่ากันตามจริง เขียนดีก็คือดี ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก เดี๋ยวประธานมาถึง ฉันจะเอาให้เขาดู”
เขาหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ต้นฉบับดี ๆ แบบนี้ คนงานทั้งโรงงานของเราควรได้ฟัง เดี๋ยวฉันคุยกับประธาน ให้สถานีกระจายเสียงเอาไปออกอากาศสักหน่อย”
จี้หยางไม่ได้พูดอะไร ท่าทีบอกชัดว่าพี่จางจะจัดการอย่างไรก็แล้วแต่เขา
รองประธานหลิวมาถึงตอนสิบเอ็ดโมงกว่า ๆ เขาตรวจต้นฉบับแล้วเห็นว่าไม่มีปัญหา จึงเซ็นชื่อกำกับ ชมจี้หยางสองสามคำ ก่อนบอกให้เธอนำไปส่งที่สถานีกระจายเสียงได้เลย แล้วให้ออกอากาศช่วงพักเที่ยงวันพรุ่งนี้
พี่จางยังมีธุระอื่น จึงบอกให้จี้หยางคัดลอกต้นฉบับเก็บไว้หนึ่งฉบับ ส่วนอีกฉบับให้นำไปส่งที่ห้องกระจายเสียงโดยตรง
พอจี้หยางคัดเสร็จ ก็ถึงเวลาเลิกงานพอดี
จี้หยางถือปิ่นโตไปกินข้าวที่โรงอาหาร พอถึงเวลาเข้างานจึงค่อยเตรียมตัวไปห้องกระจายเสียง
ก่อนออกไป เธอเขียนวันที่และเวลาที่จะออกอากาศไว้ด้านล่างของต้นฉบับด้วย
ห้องกระจายเสียงอยู่สุดทางเดินชั้นสาม ตรงหน้าประตูมีป้ายไม้เล็ก ๆ แขวนอยู่ เขียนว่า ‘สถานีกระจายเสียง’
