แม่เลี้ยงจี้เผยรอยยิ้มอ่อนโยน เธอจับมือจี้หยางไว้แล้วกล่าวช้า ๆ ว่า “ฟังสิ พูดอะไรอย่างนั้น พ่อกับแม่ชอบลูกที่สุดมาตลอด เมื่อครู่แม่ก็พูดแล้วไม่ใช่หรือว่าวันแต่งงานไม่ได้แจ้งญาติ ๆ เพราะทุกอย่างเร่งรีบเกินไป แม่คิดว่าลูกคงเข้าใจ อย่างไรเสียวันแต่งงานของลูกกับเสี่ยวเจียงก็กำหนดกะทันหันมาก”
“อย่างนี้นี่เอง ถ้าแม่พูดแบบนี้ ฉันก็เข้าใจแม่นะ เพราะฉันเองก็คิดว่าพ่อกับแม่ดีกับฉันมาก”
“เข้าใจก็ดีแล้ว”
คงเพราะได้เปิดอกคุยกัน จี้หยางจึงอารมณ์ดีมาก เธอขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้แม่เลี้ยงจี้อีกนิด แล้วกระซิบคุยกับแม่เลี้ยงจี้ ท่าทางสนิทสนมราวกับแม่ลูกที่รักใคร่กันยิ่ง
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังจับมือแม่เลี้ยงจี้แล้วแกว่งเบา ๆ “แม่ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ ฉันกลับบ้านไปอยู่เป็นเพื่อนแม่นะ”
“ได้สิ ให้เสี่ยวเจียงไปด้วย”
เวลานั้นเอง ทุกคนก็กินเสร็จและเตรียมตัวกลับ
จี้หยางจับมือแม่เลี้ยงจี้ลุกขึ้น แล้วจู่ ๆ ก็พูดว่า “จริงสิ แม่ เมื่อสองวันก่อนฉันเห็นแม่เดินอยู่กับลุงอวี๋ แถมเขายังจะจับมือแม่ด้วย เกิดอะไรขึ้นหรือ เขามาหาแม่อีกทำไม ไม่ใช่บอกแล้วหรือว่าจะไม่มาหาแม่อีก”
เสียงของเธอดังไม่น้อย จี้หยางยังพูดไม่ทันจบ ทุกคนก็หันมามองพร้อมกัน
ภรรยาของจี้เหล่าซานเดินอยู่กับลุงแซ่อวี๋คนหนึ่ง
ลุงแซ่อวี๋คนนั้นยังคิดจะจับมือภรรยาจี้เหล่าซานด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น จากคำพูดของเธอก็ฟังออกว่าพวกเขาไม่ได้พบกันเป็นครั้งแรก
แล้วต่อจากนั้นล่ะ?
พูดต่อสิ
พวกเขาอยากรู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น
“พูดเหลวไหลอะไร!” แม่เลี้ยงจี้รีบโต้แย้งโดยไม่ทันคิด
“ฉันไม่ได้พูดเหลวไหลนะ ฉันเห็นชัด ๆ ว่าลุงอวี๋จะจับมือแม่ ตอนนั้นแม่สะบัดอยู่สองทีแต่ก็สะบัดไม่หลุด แล้ว...”
