เตียงในบ้านเป็นเตียงใหญ่ ผ้าห่มที่ใช้ก็เป็นผ้านวมหนา นอนแล้วสบายเป็นพิเศษ
พอถึงตอนเช้า อากาศก็ยังหนาวอยู่ จี้หยางจึงอ้อยอิ่งอยู่ในผ้าห่ม ไม่ยอมลุกจากเตียง
เจียงเหย่เข้ามาเรียกเธอไปกินมื้อเช้า พอเห็นว่าเธอยังไม่ลุกก็พูดว่า “เดี๋ยวพี่ใหญ่ พี่รอง แล้วก็พี่สามจะกลับมากันหมดนะ ถ้าโดนคนเปิดผ้าห่มเห็นเข้า อย่ามาร้องไห้ก็แล้วกัน”
จี้หยางถลึงตาใส่เขา
เจียงเหย่ยื่นมือมาหยิกแก้มเธอเบา ๆ ไม่ได้ออกแรงมากนัก
“เอาอย่างนี้นะ ที่รัก ฉันจะเอาเสื้อผ้าของเธอไปวางบนเตียงเตาในห้องแม่ เดี๋ยวก็อุ่นแล้ว เธอนอนต่ออีกหน่อย รอเสื้อผ้าอุ่นค่อยลุก”
“ไม่เอา ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย” ไม่เห็นต้องมีบริการอุ่นเสื้อผ้าให้เลย
“ถ้าตอนบ่ายฉันว่าง จะไปสถานีอนามัยแถวนี้สักหน่อย ที่นั่นมีขวดแก้วสำหรับให้น้ำเกลือ เอามาใส่น้ำร้อนสักหน่อย กลางคืนก็เอาไว้ในผ้าห่มอุ่นเท้าให้เธอได้”
จี้หยางไม่เคยใช้วิธีนี้อุ่นเท้ามาก่อน ทั้งยังไม่เคยเห็นขวดให้น้ำเกลือที่ทำจากแก้วด้วย จึงอดสงสัยไม่ได้ “น้ำจะไม่รั่วเหรอ?”
“ไม่หรอก ปิดสนิทดี”
เห็นว่าเริ่มสายแล้ว จี้หยางจึงยื่นมือให้เจียงเหย่ดึงเธอลุกขึ้น
ชุดนอนที่เธอใส่เป็นชุดที่เย็บเองด้วยจักรเย็บผ้า เนื้อผ้าค่อนข้างหลวม พอยื่นแขนออกไป แขนเสื้อก็เลื่อนลง เผยให้เห็นรอยแดงจาง ๆ เป็นจุดประปรายบนแขน
เจียงเหย่มองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือมาดึงจี้หยางขึ้นอย่างไม่มีท่าทีผิดปกติ
เขาหยิบเสื้อบุนวมบาง ๆ มาให้แล้วถามว่า “ฉันช่วยใส่ให้ไหม?”
จี้หยางส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันใส่เองได้”
