พอถึงวัยเกษียณ จี้หยางก็อยากเกษียณเสียที อย่างไรก็ต้องเปิดทางให้คนหนุ่มสาวบ้างไม่ใช่หรือ แต่เจียงเหย่กลับเกลี้ยกล่อมว่า ถ้าเธอเกษียณแล้ว ชีวิตคงน่าเบื่อมาก
ทุกเช้าพอตื่นขึ้นมา ที่บ้านก็มีแค่เธอกับแม่เจียง สองคนจ้องหน้ากันไปมา
ช่วงแรกอาจจะยังรู้สึกสนุกอยู่บ้าง แต่พอนานเข้า ก็เริ่มเบื่อ
แต่ละวันเอาแต่นอน กินข้าว อ่านหนังสือสักพัก เดินเล่นซื้อของบ้าง นัดเจอเพื่อนบ้าง จะมีอะไรน่าสนใจนักหนา ไม่มีอะไรสนุกสักนิด
พอจี้หยางได้ยินก็คิดว่า นี่ไม่ใช่ชีวิตในฝันของเธอหรอกหรือ
ตอนหนุ่มสาวไม่ให้ใช้ชีวิตสบาย ๆ พอแก่แล้วยังไม่ให้ทำอีกหรือไง
ที่จริงจี้หยางเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงอะไร ก็แค่สหายเจียงเหย่ต้องรออายุครบ 60 ถึงจะเกษียณ ซึ่งช้ากว่าเธออยู่สองปี
เพราะงั้นเขาเลยไม่ยอมให้จี้หยางเกษียณ อยากให้เธอทำงานเป็นเพื่อนเขาต่อ
ถึงที่ทำงานของทั้งคู่จะอยู่คนละที่กันก็เถอะ
เรื่องนี้ทำให้เจียงเหย่บ่นอยู่บ้าง “ผู้ชายผู้หญิงเท่าเทียมกันแล้ว ทำไมผู้ชายต้องเกษียณช้ากว่าผู้หญิงตั้งหลายปี เรื่องนี้ไม่ค่อยยุติธรรมเลยนะ”
จากนั้นเขาก็สบเข้ากับสายตาอำมหิตของผู้หญิงสองคนในบ้าน
สู้ไม่ไหว สู้ไม่ไหวจริง ๆ
เจียงเหย่ยิ้มเจื่อน ๆ แล้วพูดต่อ “แต่ผมเชื่อว่าการจัดการแบบนี้ต้องมีเหตุผลของมันแน่ ๆ แค่ผมเป็นคนมองการณ์สั้น มองไม่ทะลุเท่านั้นเอง”
จี้หยางได้แต่หัวเราะหึ ๆ
คืนนั้นเจียงเหย่พูดเอาใจจี้หยางอยู่พักใหญ่ จี้หยางคิดว่าเลื่อนเกษียณไปสองปีก็ไม่เป็นไร จึงโบกมือเห็นด้วย
