วันรุ่งขึ้น
แม้เจียงเหย่จะปฏิเสธ แต่อันอันกับแม่เจียงก็ยังมาหา
พอมาถึง อันอันก็โผกอดจี้หยางแน่นไม่ยอมปล่อย ดวงตาแดงก่ำ
จี้หยางลูบศีรษะเขา พลางยิ้มเอ่ยว่า “ลูกนี่เหมือนพ่อเลยนะ ดวงตากระต่ายน้อยแบบเดียวกันเป๊ะ”
“แม่”
“อืม”
“คราวหน้าอย่าวิ่งซนไปไหนอีกนะ”
“ได้ครับ”
ออดอ้อนกันอยู่พักใหญ่ อันอันถึงยอมลุกขึ้น แล้วหยิบอาหารเช้าออกมา
“ผมทำกับคุณย่าครับ”
เขาเหลือบมองผ้าพันแผลตรงข้อมือของจี้หยาง แล้วพูดต่อ “ผมป้อนแม่นะครับ”
อันอันนึ่งไข่ตุ๋นกับทำซาลาเปามาหลายลูก จากนั้นก็ยกถ้วยไข่ตุ๋นขึ้นเตรียมป้อนจี้หยาง
เจียงเหย่เม้มปาก เอื้อมมือใหญ่ไปหมายจะรับมา
อันอันหลบ “พ่อหิวแย่แล้วใช่ไหมครับ รีบกินข้าวเถอะ”
“ใช่จ้ะ ให้อันอันป้อนแม่เถอะ พี่เสี่ยวเหย่กินข้าวก่อนเลย”
จี้หยางซาบซึ้งใจกับความกตัญญูของลูกชายมาก
เจียงเหย่จนใจ เขาลูบศีรษะจี้หยางอีกครั้ง เห็นว่าเธอไม่ร้อนเท่าเดิมแล้ว จึงเริ่มกินข้าว
“แม่จะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ครับ”
“วันนี้มั้ง”
พอไข้ลดก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ส่วนบาดแผลอื่น ๆ กลับไปพักฟื้นที่บ้านก็พอ
“งั้นคืนนี้แม่อยากกินอะไรครับ ผมทำให้”
จี้หยางจิบไข่ตุ๋นไปคำหนึ่ง คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “ไม่งั้นให้อันอันทำแกงแป้งเป็นเม็ดให้แม่ดีไหม”
ร่างกายไม่ค่อยสบาย เธอเลยอยากกินอะไรอ่อน ๆ
“ได้ครับ”
“กี่โมงแล้ว” จี้หยางถาม
“แปดโมงกว่าแล้ว” เจียงเหย่ตอบ
จี้หยางกินไข่ตุ๋นจนหมด ก่อนเอ่ยว่า “อันอันต้องไปโรงเรียนแล้วใช่ไหม”
