จี้หยางแขวนกระเป๋าไว้ แล้วนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ
เธอไม่แปลกใจเลยสักนิดที่พี่สามเจียงจะหย่า
บางทีในนิยาย พี่เขยสามไม่ได้อยากหย่าเพราะเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไร พอเขามีเงิน ความกล้าก็มากขึ้น คิดว่าตัวเองหาเงินได้เยอะ มีฐานะในครอบครัวแล้ว อีกทั้งยังไม่ธรรมดาในสังคม หลังเริ่มเชิดหน้าได้ ใจก็เริ่มออกนอกลู่นอกทาง
แม้ความเจ้าชู้ของผู้ชายจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเงินหรือไม่ทั้งหมด แต่พอมีเงิน มีความมั่นใจ สิ่งที่เคยเก็บกดไว้ในใจและไม่ยอมอยู่นิ่งก็จะพลุ่งพล่านขึ้นมาเพราะอำนาจเงินทอง จนยากจะสะกดกลั้นอีกต่อไป
พูดตามตรง ผู้ชายแบบนี้หย่าเสียแต่เนิ่น ๆ ย่อมดีกว่า
เพียงแต่จี้หยางจะไปพูดกับพี่สามเจียงโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้ว่า สามีของพี่ใช้ไม่ได้หรอก เชื่อใจไม่ได้ รีบหย่ากับเขาเถอะ
ไม่อย่างนั้นพี่สามเจียงคงคิดว่าเธอเสียสติไปแล้ว
“เขาบอกว่าเอาแค่ลูกชาย ส่วนลูกสาวสองคนให้ฉันพาไป ฮือ ๆ แม่ว่าเฒ่าซ่งเป็นแบบนี้ได้ยังไง ถ้าหย่ากันแล้วฉันจะทำยังไงดี”
แม่เจียงขมวดคิ้ว ก่อนจะเหลือบมองเจียงเหย่ อยากรู้ว่าเขาคิดอย่างไร
หลายปีมานี้ ไม่ว่าเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กในบ้าน ส่วนใหญ่เจียงเหย่เป็นคนตัดสินใจ เธอจึงเชื่อใจลูกชายมาก
เจียงเหย่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หย่าเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าพี่สามเจียงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ตอนนี้เธออายุสามสิบกว่าแล้ว หากหย่าจะทำอย่างไรต่อไป
ถึงคนทางบ้านจะไม่รังเกียจและยอมให้เธอกลับมา แต่จะอยู่แบบนี้ไปนาน ๆ ก็ไม่ใช่เรื่อง
