“ได้” นิ่งอยู่ครึ่งคำ สุดท้ายเฉินเยี่ยนชวนก็ตอบรับออกมาเพียงคำเดียวอย่างเรียบเฉย
ทั้งสวี่ฉางเซี่ยและกู้เฉิงหรงต่างแปลกใจไม่น้อย
“แต่ต้องรอให้ช่วงนี้ที่ยุ่ง ๆ ผ่านไปก่อน” เฉินเยี่ยนชวนหันไปตอบกู้เฉิงหรงอย่างไร้ความรู้สึก
“จริงเหรอ?” กู้เฉิงหรงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“อืม” เขาตอบกลับมาแค่คำเดียว
วันนี้กู้เฉิงหรงแทบไม่ได้หวังอะไรเลย เพราะคราวก่อนเฉินเยี่ยนชวนปฏิเสธมาอย่างเด็ดขาด
ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะตอบตกลง
“งั้นรอให้งานยุ่ง ๆ จบก่อนแล้วกัน” กู้เฉิงหรงคิดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ฉันจะบอกให้สกุลจี้รออย่างใจเย็น ๆ”
เฉินเยี่ยนชวนพยักหน้าแล้วพูดกับกู้เฉิงหรงว่า “งั้นพวกเราไปก่อนนะ เที่ยวบินของอาเย่าห้ามเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว”
กระทั่งใกล้ถึงสนามบิน สวี่ฉางเซี่ยก็ยังรู้สึกว่าตอนที่เฉินเยี่ยนชวนตอบตกลงเมื่อกี้มันง่ายดายเกินไปหน่อย ถึงกับแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ฝ่ายเจียงเย่ากลับเงียบงัน จ้องมองเฉินเยี่ยนชวนที่นั่งเบาะหน้าอยู่พักใหญ่
สิ่งที่เฉินเยี่ยนชวนทำนั้น เพื่อเขาและสวี่ฉางเซี่ย
หรือจะพูดให้แม่นยำกว่านั้นก็คือ เพื่อสวี่ฉางเซี่ย
แต่เรื่องนี้ ไม่ว่าเขาหรือเฉินเยี่ยนชวนก็ไม่มีวันพูดมันออกมา
หรือไม่ก็เป็นไปได้ว่าสกุลจี้แค่เป็นข้ออ้างของเฉินเยี่ยนชวน เขาทำเพื่อให้เกียรติอีกฝ่าย อาจจะรอเจอหน้ากันแล้วค่อยปฏิเสธก็ได้
แต่เรื่องในอนาคต ใครจะไปรู้ได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร
ทั้งสองคนส่งเจียงเย่าขึ้นเครื่อง สวี่ฉางเซี่ยตาแดง ๆ หม่นหมอง เฉินเยี่ยนชวนส่งผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งมาจากเบาะหน้า
