"เจ็บ..." ในห้วงนิทราสาง ฉวี่ฉางเซี่ยก็อดส่งเสียงครางเบา ๆ ไม่ได้
"เช่นนั้นให้หยุดดีไหม?" น้ำเสียงเยียบเย็นของบุรุษดังลอยลงมาจากเหนือศีรษะเธอ
ฉวี่ฉางเซี่ยสะดุ้งโหยง พลันรู้สึกตัวตื่นเต็มตากว่าครึ่ง
นางจึงได้รู้ว่าเมื่อครู่รู้สึกถึงสิ่งใด!
แต่นางก็ห้าสิบแล้ว! เข้าสู่วัยชราร่วงโรย! ไฉนจึง...
นางเบิกตาโพลง มองไปยังชายหนุ่มที่คร่อมร่างนางอยู่ ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเค้าโครงที่แข็งกร้าวและเปี่ยมด้วยกลิ่นอายหนุ่มแน่น ดูอายุอย่างมากก็แค่ยี่สิบกว่าต้น ๆ
"ท่านเป็นใคร?!" ฉวี่ฉางเซี่ยนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะกระชากผ้าห่มข้างกายมาพันกายตนเอง
ท่ามกลางแสงสลัว สายตาหางตาเหลือบไปเห็นแผงอกท่อนบนแน่นหนาล่ำสันของชายหนุ่มอย่างไม่ได้ตั้งใจ และเมื่อกระตุกผ้าห่มออก ร่องรางกายส่วนลึกก็ปรากฏให้เห็นรำไร
ใบหน้าฉวี่ฉางเซี่ยร้อนผ่าวยิ่งกว่าเก่า รีบเบือนสายตาหนีราวกับถูกไฟดูด
"ในเมื่อเจ้าต่อต้านถึงเพียงนี้ ถึงขั้นกัดลิ้นฆ่าตัวตาย เช่นนั้น เรื่องนี้ก็แล้วไปเถิด" บุรุษเงียบไปอึดใจ ก่อนจะผละออก
ในน้ำเสียงเยือกเย็นนั้น แฝงความรู้สึกประหลาดที่เลือนลางจนยากจะเอ่ย
สิ้นคำก็ไม่มีความลังเลรีรอแม้แต่น้อย ลุกขึ้นนั่งที่ขอบเตียง คว้าเสื้อคลุมทหารตัวหนึ่งสวมพาดบ่า
ฉวี่ฉางเซี่ยเพิ่งได้สติภายหลัง ถึงได้รู้สึกถึงความเจ็บที่ปลายลิ้นของตน ในยามนี้นางเต็มปากไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
นางก็ไม่รู้เช่นกันว่าเมื่อครู่นี้เกิดอันใดขึ้นกันแน่ ระหว่างพันกายแน่นหนาก็กวาดสายตามองแผ่นหลังของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง
สายตานี้ ทำเอานางนิ่งงันไปอีก
หากนางไม่ได้ดูผิด เสื้อคลุมที่บุรุษสวมใส่นั้น อย่างน้อยก็เป็นแบบเครื่องแบบทหารเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน!
"ท่าน..." ยังไม่ทันได้เห็นถนัด ชายหนุ่มก็สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยลุกขึ้น ผลักประตูสาวเท้าออกไปไกลแล้ว
ฉวี่ฉางเซี่ยมองรองเท้าบู๊ตทหารของเขา จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้
นางก้มมองผ้าห่มบนเรือนกาย ผ้าห่มซับในสีแดงสดลวดลายโบราณ ปักลายดอกบัวคู่และมังกรหงส์มงคลสมรัก
นางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกจากเตียงอย่างร้อนรน ตรงไปตามทิศทางของโคมไฟในความทรงจำ กระตุกสวิตช์
ไฟสว่างขึ้น นางกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างคร่าว ๆ ก็จริงแท้ อยู่ที่บ้านเก่าสกุลเจียง!
ยามนี้ภายในห้องจัดแต่งเป็นเรือนหออย่างเห็นได้ชัด ส่วนนาฬิกาปฏิทินติดผนังฝั่งตรงข้าม ตัวอักษรสีแดงก็สว่างเสียดตาภายใต้แสงไฟสี่สิบวัตต์ วันนี้ คือวันที่หนึ่งเดือนธันวาคม ปีแปดสิบเอ็ด! คือวันที่นางหมั้นหมายเมื่ออายุสิบแปดปี!
ฉวี่ฉางเซี่ยถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ทรุดลงนั่งบนโซฟา
ดังนั้น สถานการณ์ตอนนี้ก็กระจ่างชัดแล้ว หลังจากตายแล้ว นางได้ย้อนคืนชีพกลับมาในคืนงานเลี้ยงหมั้นเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน!
ชายหนุ่มเมื่อครู่ น่าจะเป็นคู่หมั้นเจียงเย่าที่เสียชีวิตในสนามรบหลังจากงานเลี้ยงหมั้นน่ะสิ?!
ปลายปีแปดสิบเอ็ดสถานการณ์ตึงเครียด ครอบครัวเจียงกลัวว่าเจียงเย่าอาจถูกส่งไปรบทุกเมื่อ จึงจัดแจงให้พวกเขาเข้าห้องเดียวกันตั้งแต่คืนงานเลี้ยงหมั้นล่วงหน้า
นางเคยพบเจียงเย่าเพียงสี่ครั้ง ไม่คุ้นเคยกับใบหน้าเขา อีกทั้งเมื่อครู่ไม่ได้เปิดไฟ จึงจำเขาไม่ได้ในทันที
นางออกแรงบิดแขนตัวเองอย่างแรง ปวดมาก ที่บิดก็แดงเป็นปื้น
นางยังหยิบกระติกน้ำร้อนรุ่นเก่าบนโต๊ะ รินน้ำใส่แก้วเคลือบหนึ่งแก้ว โดยไม่สนว่าน้ำยังมีควันกรุ่น ยกดื่มทันที
เพิ่งเข้าปากก็ร้อนจนต้องคายออกมาโดยไม่รู้ตัว
"โอ๊ย!" นางอุทานอย่างลืมตัว รีบร้อนลุกขึ้นป้ายหยาดน้ำบนกาย
แต่พอเงยหน้า ก็เห็นภาพตนเองในกระจกฝั่งตรงข้าม
ในกระจกนั้น คือใบหน้ารูปไข่อันงดงามของตนเองเมื่อยามสาวนั่นเอง เดี๋ยวนี้ร้อนจนน้ำตาคลอ ปากกระจับเล็กสีแดงก่ำ บวมนิด ๆ
ถึงตอนนี้ ฉวี่ฉางเซี่ยจึงมั่นใจว่าตนเองฟื้นคืนชีพแล้วจริง ๆ!
สวรรค์ทรงมีตาจริง!
ในชาติก่อน อีกห้าเดือนต่อมา คือเดือนพฤษภาคมปีแปดสิบสอง เจียงเย่าตายในสนามรบ ไม่มีแม้แต่ศพให้เก็บ
ระหว่างห้าเดือนนี้เกิดเรื่องมากมาย จนที่สุดแล้ว ชาติก่อนนางได้ตัดสินใจเลือกทางที่ผิดพลาดที่สุด แต่งงานใหม่กับเจียงฉือน้องชายเขา เริ่มต้นชีวิตดั่งฝันร้ายนานสามสิบปีเศษ
นางตายด้วยการปลิดชีพตนเอง
ภาพขณะสิ้นใจในบั้นปลายยังแจ่มชัดราวกับกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ถึงบัดนี้หัวใจนางก็ยังบีบรัดเจ็บปวด
โชคดีที่ฟ้าดินประทานโอกาสให้นางกลับมาแก้ไข!
และค่ำคืนนี้ ก็คือจุดเริ่มต้นในการเขียนชะตาชีวิตใหม่ของนาง!
ฉวี่ฉางเซี่ยนั่งบนโซฟา กวาดสายตาผ่านสิ่งรอบตัวทั้งที่แปลกตาและคุ้นเคยอย่างช้า ๆ
นางรู้ดีว่าเจียงเย่าตายในสนามรบวันไหน! ครั้งนี้ นางสามารถส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้เขาระวังตัวได้อย่างแน่นอน
ยศทหารของเจียงเย่าตอนนี้คือระดับพันโท เป็นผู้บังคับกองพัน อายุยี่สิบหกปีก็ได้เป็นผู้บังคับกองพัน ต่อให้ในยุคนี้ก็หาได้ยาก หากเจียงเย่าสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุครั้งนั้นในอีกห้าเดือนข้างหน้า ต่อไปภายภาคหน้า เขาจะต้องก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างแน่นอน!
ต่อให้ถอยเป็นขั้นสุดท้าย จะว่าเจียงเย่าชาตินี้ยังคงหลีกหนีชะตาตายในสนามรบไม่พ้น ยศทหารของเขาสูง ครอบครัวจะได้รับเงินชดเชยการเสียชีวิตในสนามรบถึงแปดพันหยวน และยังมีบ้านเล็กสองชั้นอีกหนึ่งหลัง
หากชาติก่อนมิใช่เพราะนางลังเลไม่กล้าไปจดทะเบียนสมรสกับเจียงเย่า ถึงภายหลังจะเป็นม่าย แต่มีหลักประกันเหล่านี้ นางก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้
ย้อนกลับไปคิดดูแล้ว นางก็โง่ได้ที่จริง ๆ
ถอยอีกขั้นหนึ่ง ถึงจะจดทะเบียนไม่สำเร็จ นางก็คือคนที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ต้องสามารถใช้สองมือของตนเองหลุดพ้นจากความยากจนและสร้างฐานะ!
เดี๋ยวนี้หนทางร่ำรวยมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง นางมีโอกาสไต่เต้านับครั้งไม่ถ้วน!
เพียงช่วงไม่กี่นาที ความคิดของฉวี่ฉางเซี่ยก็ปั่นป่วนรวดเร็ว นางได้ไตร่ตรองข้อดีข้อเสียของทุกสิ่ง และความเป็นไปได้ของทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจนถี่ถ้วน
พักใหญ่ นางจึงลุกขึ้นเดินเร็วกลับมาที่เตียง เปิดผ้าห่มตรวจสอบดูรอบหนึ่ง
บนเตียงไม่มีร่องรอยหวานซึ้งใด ๆ อีกทั้งร่างนางเองก็ไม่มีอะไรไม่สบาย ดังนั้นเมื่อครู่นี้ ครั้งแรกของนางกับเจียงเย่าถูกนางขัดจังหวะไว้ก่อน
แต่ในชาติก่อน คืนแรกของนางกับเจียงเย่าเป็นไปด้วยดี
ในยุคนี้ การกัดลิ้นฆ่าตัวตายเพื่อขับไล่คู่หมั้นในคืนแรกของชีวิตคู่ เป็นเรื่องไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เจียงเย่าต้องผิดหวังในตัวนางมากแน่
ดังนั้น เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือ นางควรไปง้อเจียงเย่าที่โกรธจนผละออกไปให้กลับมา
นางคิดได้กระจ่างแล้ว ตั้งใจจะตามไปถึงที่ของเจียงเย่า
เพิ่งสวมเสื้อผ้า คนข้างนอกก็ผลักประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ
"ใครน่ะ?" ฉวี่ฉางเซี่ยสะดุ้งโหยง หันหลังให้โดยไม่รู้ตัว รีบร้อนติดกระดุมเสื้อสองเม็ดสุดท้าย
"ข้าเอง" คนที่ปากประตูรีรอเล็กน้อย ตอบเสียงเบา
ฉวี่ฉางเซี่ยหันกลับไปมอง ที่แท้คือเจียงฉือน้องชายของเจียงเย่า
นางนิ่งมอง ก่อนจะรีบหันกลับมาติดกระดุมคอเสื้อให้เรียบร้อย
"เจ้ามาทำอะไร?" นางขมวดคิ้วแน่นถามเจียงฉือ
"ทำไม? ไม่อยากให้ข้ามาหรอกหรือ?" เจียงฉือเดินเซมาหยุดข้างหลังนาง
ดูเหมือนเขาดื่มเหล้า ฉวี่ฉางเซี่ยได้กลิ่นเหล้าจาง ๆ
นางรีบถอยห่างสองก้าว ดึงระยะห่างจากเจียงฉือ ตอบกลับอย่างเย็นชาว่า: "ก่อนงานเลี้ยงหมั้น ที่ควรพูด ข้าได้บอกกับเจ้าชัดเจนหมดแล้ว"
"ใช่สิ พี่สะใภ้คนดีของข้า ใช่เจ้าพูดหรือไม่ ที่จริงเจ้าไม่อยากแต่งกับพี่ชายข้า?" แววตาเย็นชาแฝงความดุร้ายของเจียงฉือเอ่ยถามกลับ
ฉวี่ฉางเซี่ยเงียบกริบ จ้องหน้าเขาไว้
ตรงทางเดินนอกประตู เจียงเย่าที่ไปแล้วกลับมา ชะงักฝีเท้าหยุดนิ่งกับที่
ในมือเขาถือยากระสุนไว้ให้ฉวี่ฉางเซี่ย จากอีกฟากของบานหน้าต่างกระจกฝ้าทึบแสง เขามองดูคนทั้งสองภายในห้องอย่างเงียบ ๆ