อีกสามคนที่เหลือได้ยินดังนั้นก็หันไปมองนิ้วเท้าข้างขวาของลู่เฉิงเหล่ย
ราวครึ่งวินาทีต่อมา นิ้วเท้าของลู่เฉิงเหล่ยก็ขยับขึ้นมาจริง ๆ
ฉินอ้าวเสวี่ยโผเข้ากอดเจียงเหยียนทันที “เหยียนเหยียน เธอเป็นดาวนำโชคของตระกูลลู่เราจริง ๆ เอาละ พวกเราเชื่อเธอแล้ว อย่าให้เฉิงเหล่ยขยับเลย ปล่อยให้เขาพักผ่อนดี ๆ พวกเราจะรอจนกว่าเขาจะฟื้น”
เจียงเหยียนยิ้มให้ลู่เฉิงเหล่ย “เอาละพี่ใหญ่ รอฉันฝังเข็มให้อีกสักสองสามครั้ง พี่ก็จะฟื้นแล้ว”
พูดจบเธอก็หันไปถามฉินเจิ้ง “คุณชายฉิน ตอนนี้ยังมีอะไรอยากพูดอีกไหม?”
“ไม่มีแล้ว” ฉินเจิ้งยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
เขามีคำถามเต็มไปหมด แต่ตอนนี้ไม่สะดวกจะพูด
ลู่เฉิงโจวเห็นเจียงเหยียนดูเหนื่อยเล็กน้อย จึงให้เธอกลับห้องไปอาบน้ำก่อน แล้วบอกว่าชุดเปลี่ยนอยู่ในห้องแต่งตัว
ฉินอ้าวเสวี่ยก็เดินตามออกไปด้วย เธอแทบรอไม่ไหวที่จะวิดีโอคอลหาสามีที่อยู่ต่างประเทศ
พอทั้งสองคนออกจากห้องนอนนี้ไป ฉินเจิ้งก็รีบถามลู่เฉิงโจวว่า
“สองวันที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมนายถึงแต่งงานสายฟ้าแลบกับเจียงเหยียน? บอกความจริงมา นายถูกเธอจับจุดอ่อนอะไรไว้หรือเปล่า?”
เขาคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าทำไมลู่เฉิงโจวถึงไปชอบลูกสาวตัวปลอมคนหนึ่งได้
ถึงเจียงเหยียนจะหน้าตาดี แต่ลู่เฉิงโจวก็ไม่ใช่ผู้ชายที่ใช้อารมณ์ใคร่เป็นตัวตัดสินใจ
ไม่อย่างนั้นคงไม่ครองตัวมาจนอายุ 26 โดยไม่เคยแตะต้องผู้หญิงสักคน
ลู่เฉิงโจวไม่อยากให้ใครรู้เรื่องเมื่อคืน และยิ่งไม่อยากเปิดเผยว่าเขาได้ยินเสียงในใจของเจียงเหยียน
“ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องมายุ่ง ช่วงนี้ก็ช่วยดูแลภรรยาฉันให้ดี” เขาตอบเสียงเย็น
