ลู่เฉิงโจวทั้งขำทั้งจนใจ
เขาอยากงัดกะโหลกเจียงเหยียนออกมาดูจริง ๆ ว่าข้างในคิดอะไรอยู่กันแน่
“เป็นเพราะฉันอยากดีกับเธอไม่ได้หรือไง?”
ลู่เฉิงโจวรวบเอวเจียงเหยียนเข้าหาตัว โน้มเข้าไปกระซิบข้างหูเธอ
กลิ่นหอมของไม้ลอยเข้ามาปะทะ เจียงเหยียนรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา ลำคอแห้งผาก
“อย่ามาแกล้งกัน ตอนนี้กลางวันแสก ๆ นะ”
เธอพยายามผลักลู่เฉิงโจวออก แต่กลับถูกเขาคว้าข้อมือไว้ตามจังหวะ จากนั้นก็ก้มลงขบเม้มริมฝีปากเธอ
เจียงเหยียนรู้สึกว่าขาเริ่มอ่อนแรง รีบโอบคอลู่เฉิงโจวไว้ ก่อนจะห้อยตัวอยู่บนร่างเขา
ลู่เฉิงโจวแง้มริมฝีปากเธอ แล้วรุกล้ำเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ
ลมหายใจของทั้งคู่ยิ่งถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังมาจากด้านนอก
ตามด้วยเสียงพ่อบ้าน “คุณชายรอง คุณนายรอง คุณผู้หญิงเรียกไปกินมื้อกลางวันครับ ท่านประธานก็กลับมาแล้ว”
เจียงเหยียนรีบผละออกจากอ้อมกอดของลู่เฉิงโจว
ลู่เฉิงโจวที่ถูกขัดจังหวะอารมณ์เริ่มไม่พอใจ เขาตอบเสียงดังว่า “รู้แล้ว”
เจียงเหยียนจัดเสื้อผ้าไปพลางพูดว่า “นายลงไปก่อนเลย ฉันจะเก็บของพวกนี้ใส่ตู้เซฟก่อน”
“ไม่เป็นไร ฉันช่วย”
ลู่เฉิงโจวพูดพลางก้มลงช่วยยกของไปไว้ในห้องแต่งตัว แล้วเก็บลงตู้เซฟ
“เลือกแหวนแต่งงานสักคู่สิ” เขาเตือนตอนยกของชุดสุดท้ายเสร็จ
“เราคนละวง”
เมื่อครู่เจียงเหยียนก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าลู่เฉิงโจวจะยอมใส่แหวนแต่งงานไปบริษัทหรือเปล่า
“ได้สิ เอาคู่นี้แล้วกัน ดีไซน์เรียบหรู ใส่ได้ทุกวัน” เธอหยิบแหวนแต่งงานแบบเรียบ ๆ ขึ้นมาคู่หนึ่ง
