“เริ่มจากเรื่องวัวกับม้าก่อนแล้วกัน”
เจียงหยางชะงักไปเล็กน้อย มือก็โอบเอวนุ่มของไฉ่ตามความเคยชิน
“วัวกับม้า หมายถึงคนที่เหมือนวัวกับม้า คอยทำงานให้เผ่าใช้งานไม่หยุดหย่อน แต่ชั่วชีวิตกลับไม่ได้อะไรตอบแทน ได้แต่ประทังชีวิตไปวัน ๆ ดังนั้น ‘วัวม้าฟรี’ จึงหมายถึงคนที่ทำงานให้เปล่า!”
“เอ๊ะ?” ยิ่งเจียงหยางอธิบาย ไฉ่ก็ยิ่งงุนงง “วัวกับม้าทำไมต้องทำงานให้เผ่าด้วย?”
ไฉ่รู้จักสัตว์สองชนิดนี้ดี
อย่างจามรีก็ถือเป็นวัวชนิดหนึ่ง แต่อสูรกายพวกนี้ดุร้ายยิ่งนัก อย่าว่าแต่จะให้ทำงานให้คนเลย
ถ้าเจอมันแล้วไม่ถูกขวิดตาย ก็นับว่าโชคดีเหลือเกิน
ส่วนม้านั้น น่าจะหมายถึงม้าป่า
ในป่าสิงห์เสือไม่มีม้าป่า แต่บนทุ่งหญ้าด้านนอกป่าสิงห์เสือมี
ผู้เฒ่าเคยบอกว่าม้าป่ามีนิสัยดุร้ายมาก คนเข้าใกล้ก็อาจถูกเตะจนตาย แถมยังวิ่งเร็ว จึงจับพวกมันได้ยากราวกับปีนขึ้นสวรรค์
สัตว์เช่นนี้ อย่าว่าแต่จะให้ทำงานให้เผ่าเลย แค่ไม่ทำร้ายคนก็ดีถมไปแล้ว
นางจึงไม่เข้าใจคำอธิบายของเจียงหยางเลยสักนิด
เจียงหยางอดยกมือกุมหน้าอย่างจนใจไม่ได้!
ยุคนี้ยังไม่มีการทำวัวกับม้าให้เชื่อง เขาพูดเช่นนี้แล้วไฉ่ไม่เข้าใจก็เป็นเรื่องปกติ
“รีบพูดมา ไม่อย่างนั้นข้าจะโยนเจ้าลงไปจากตรงนี้!”
เห็นเจียงหยางกุมหน้า ไฉ่ก็วางมือกดไหล่เขาไว้พลางข่มขู่
นางเข้าใจท่าทางกุมหน้าของเจียงหยางดี มันเป็นสีหน้าที่แสดงออกมาเมื่อเผชิญหน้ากับคนโง่เท่านั้น
นางไม่อยากให้เจ้าหมอนี่มองนางเป็นคนโง่!
“อย่าเพิ่ง!” เจียงหยางรีบอธิบายอย่างร้อนรน “ถ้าอยากให้วัวกับม้าทำงานให้เผ่า ก็ต้องจับลูกของมันมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กจนโต แล้วทำให้เชื่อง กระบวนการนี้เรียกว่าการเลี้ยงให้เชื่อง!”
