สวีอวี้และอีกสองคนยืนอยู่ตรงมุมปีกด้านหนึ่งของกำแพง จับจ้องไปยังอสูรซากระดับหัวกะทิที่มีกลิ่นอายแข็งแกร่ง
ทุกครั้งที่มีอสูรซากระดับหัวกะทิพยายามตีฝ่าแนวป้องกัน ทั้งสามก็จะลงมือ ฟันคมดาบและกระบี่ปราณออกไปสังหารมัน อสูรซากระดับนี้ในระลอกแรกไม่อาจต้านทานการโจมตีของพวกเขาได้แม้แต่น้อย
เพียงชั่วครู่เดียว ใต้กำแพงก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกโลหิต ต่อให้กินยาเลี่ยงพิษแล้ว กลิ่นคาวก็ยังชวนคลื่นเหียน
โชคดีที่ผู้แข็งแกร่งซึ่งมายังที่มั่นล้วนเป็นหน่วยรบที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน มีจิตใจแข็งแกร่ง จึงไม่มีภาพน่าอนาถเช่นนั้นปรากฏ
ทว่า วิกฤตที่แท้จริงเพิ่งเผยโฉม เมื่อคลื่นอสูรประชิดเข้ามาเรื่อยๆ อสูรซากที่มีกลิ่นอายแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมก็คำรามใกล้เข้ามา กระทั่งมีอสูรซากยักษ์ที่ถูกธนูปักเป็นสิบดอกก็ยังบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เหล็กบริสุทธิ์ที่ทำเป็นลูกธนูก็แทบทำร้ายมันไม่ได้
แต่ในเวลานี้เอง ผู้แข็งแกร่งที่รักษาการณ์อยู่ข้างหน้าไม้ยักษ์ก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหว กระชากคันบังคับ ลูกหน้าไม้หนาเท่าต้นแขนพุ่งออกไปพร้อมเสียงหวีดหวิวแหลมปร่า เจาะทะลุกะโหลกอสูรซากยักษ์ในทันที และแรงกระแทกมหาศาลยังพัดพาอสูรซากด้านหลังมันลอยกระเด็นไปกระแทกเข้ากับฝูงอสูรเบื้องหลังอย่างจัง
อานุภาพเช่นนี้ทำให้ฝูงอสูรซากโดยรอบชะงักไปชั่วขณะ แต่ช่องว่างนั้นก็ถูกคลื่นอสูรที่หลั่งไหลจากด้านหลังเติมเต็มในพริบตา ส่วนการข่มขวัญนั้นก็คงอยู่เพียงไม่กี่ลมหายใจ ก่อนถูกเสียงคำรามกระหายเลือดกลบมิด
ไม่นาน อสูรซากระลอกสองก็ประชิดใต้ที่มั่น ครั้งนี้ มีอสูรซากระดับห้าปรากฏตัว!
อสูรซากระดับนี้สามารถคุกคามกำแพงที่มั่นได้อย่างแท้จริง
ขณะที่สวีอวี้กำลังครุ่นคิดหาวิธีรับมือ ก็เห็นหน่วยหนึ่งในชุดเกราะสีแดงเพลิงอยู่ไม่ไกลพุ่งตัวออกไป คนนำถือโล่ยักษ์ พลังชีวิตทั่วร่างเปล่งประกายดุจสายรุ้ง เข้าสังหารอสูรซากระดับห้าพวกนั้น
“หน่วยอัคคีพิทักษ์!”
เซี่ยฟางสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย อุทานเบาๆ
หน่วยอัคคีพิทักษ์เป็นกองกำลังหัวกะทิของสถาบัน สมาชิกแต่ละคนคัดเลือกจากผู้แข็งแกร่งระดับห้า พลังแข็งแกร่ง น่ากลัวยิ่งกว่าหน่วยที่อาจารย์จัดตั้งเสียอีก
