สองวันก่อน ตอนมีดเฒ่ากับพวกถอยกลับมาที่ปราการ พวกเขาตั้งใจจะมาเยี่ยมเขา แต่คุณครูจูไม่ยอมให้พวกเขาเข้ามา
ถึงพวกหมอนั่นจะเป็นแค่ผู้ใช้พลังขั้นสี่ แต่ไม่ว่าจะเป็นมีดเฒ่ากับพรรคพวกอีกสามคน หรือรุ่นน้องตระกูลเซี่ยอีกสองคน ล้วนมีประสบการณ์การต่อสู้ล้นเหลือ
ทว่า จากสภาพมอมแมมของพวกเขาก็บอกชัดว่า ภารกิจครั้งนี้ล้มเหลวแน่
คาดไม่ถึงเลยว่า สวีอวี้จะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์มหาศาลไป
แต่คุณครูจูก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า เขาทำได้ยังไง
ถึงอสูรซากระดับห้าตัวนั้นจะบาดเจ็บทั่วร่าง แต่ด้วยระดับพลังแค่ผู้ใช้พลังจิตขั้นสองของสวีอวี้ในตอนนั้น แค่จะเข้าใกล้ก็ยังทำไม่ได้ นับประสาอะไรกับการช่วงชิงโอกาส
“ทำไมไม่เล่าต่อล่ะ”
คุณครูจูมองสวีอวี้ด้วยแววตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หรือว่ามีอะไรปิดบังอยู่”
ใจสวีอวี้เต้นระรัว รีบอธิบายต่อ “ก็เพราะป้ายหยกของท่านอาจารย์ช่วยไว้ เลยอาศัยจังหวะที่อสูรซากอ่อนแอ บุกเข้าไปในพื้นที่แห่งโชคได้”
เดิมทีเขาอยากหาเหตุผลมาปิดบังเรื่องที่เข้าทางรอยแยกบนยอดเขา แต่คุณครูจูให้ความรู้สึกกับเขาว่า ไม่ว่าจะปิดบังอะไรก็สู้สายตาของอีกฝ่ายไม่ได้
“โอ้ รอยแยก? รอยแยกอะไร เธอว่ามาละเอียดหน่อย”
ประกายตาคุณครูจูวาบขึ้น ดูสนใจมากขึ้น
เห็นท่าทางแบบนี้ สวีอวี้ยากนักที่จะเชื่อมโยงชายชราตรงหน้าที่ทำหน้าเหมือนชาวบ้านกำลังนั่งกินข้าวเผือก กับผู้บำเพ็ญลึกล้ำเกินหยั่งเข้าด้วยกัน
