ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมา ใบหน้าของหลินหลิงก็ซีดเผือดลงเล็กน้อย หล่อนหันไปถามหลิวเฉิงอย่างหยั่งเชิงว่า “เฉิงจื่อ ท่านผู้นั้นชื่ออะไรเหรอ”
หลิวเฉิงตอบว่า “แซ่เย่ครับ ฮ่าวเก๋เรียกเขาว่าพี่อู่”
สิ้นเสียง ร่างของหลินหลิงก็แข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าสวยงามเปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก หล่อนรีบปล่อยแขนของเย่เฟิงอู่ทันที
คนคนนี้ชื่อเย่เฟิงอู่ แซ่เย่ และชื่อมีคำว่าอู่อยู่ท้ายชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น คำบรรยายที่หลิวเฉิงเล่ามายังตรงกับรูปร่างหน้าตาและบุคลิกของชายคนนี้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
หลินหลิงเป็นคนฉลาดอยู่แล้ว จึงเดาได้ทันทีว่าเย่เฟิงอู่คือแขกที่ฮ่าวเก๋เชิญมารับรองในวันนี้
พระเจ้าช่วย หล่อนทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย ไม่เพียงหยอกล้อเขา ยังเกาะแขนเขาไว้ด้วย แม้หลินหลิงจะสนิทกับลูกน้องของฮ่าวเก๋ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าฮ่าวเก๋ หล่อนก็ยังอดเกรงขามไม่ได้
แล้ววันนี้หล่อนยังกล้าไปหยอกล้อคนที่แม้แต่ฮ่าวเก๋ยังต้องเรียกว่าพี่อีก จบเห่แล้ว คราวนี้ตายแน่
เห็นดังนั้น เย่เฟิงอู่ก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยให้หลินหลิง “ไม่เข้าไปคุยกันสักหน่อยเหรอ”
ได้ยินเช่นนั้น หลินหลิงแทบจะร้องไห้ออกมา แม้หล่อนจะสนิทสนมกับลูกน้องของเจียงฮ่าว แต่ก็รู้ดีว่าอ๋องมารากระทิงตะวันออกอย่างเจียงฮ่าวเป็นคนโหดเหี้ยมเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้น หล่อนยิ่งเกรงใจชายที่แม้แต่เจียงฮ่าวยังให้ความเคารพคนนี้
หลินหลิงจึงก้มหน้าพูดอย่างตื่นกลัวว่า “พี่อู่...พี่อู่คะ ขะ...ขอโทษค่ะ ฉะ...ฉันไม่รู้ว่าเป็นคุณ”
หลิวเฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็หน้าถอดสีด้วยความตกใจ เขารู้ดีว่าหลินหลิงมีสายตาเฉียบคมในการมองคน หรือว่าชายคนนี้จะเป็นพี่อู่ที่ฮ่าวเก๋พูดถึงจริง ๆ
คิดได้ดังนั้น หลิวเฉิงก็รีบกำก้นบุหรี่ที่ถืออยู่ไว้ในฝ่ามือ ก่อนจะก้มศีรษะให้เย่เฟิงอู่แล้วถามว่า “คะ...คุณคือพี่อู่ใช่ไหมครับ”
เย่เฟิงอู่พยักหน้าแล้วตอบว่า “ถ้าเสี่ยวฮ่าวให้คุณมารับผม ก็น่าจะใช่”
ได้ยินดังนั้น หลิวเฉิงก็ยิ่งแสดงความเคารพ เขาพูดกับเย่เฟิงอู่ว่า “พี่อู่ ฮ่าวเก๋รออยู่ในห้องส่วนตัวนานแล้วครับ ให้ผมนำทางไปนะครับ”
