ลั่วปิงเชวี่ยจัดกระโปรงเจ้าหญิงตัวจิ๋วให้จิ้งซือด้วยสีหน้าอาลัย เห็นได้ชัดว่ากระโปรงตัวนี้เพิ่งซื้อมาไม่นาน
ใบหน้าเล็กงดงามของจิ้งซือก็ฉายแววอาลัยเช่นกัน ดวงตากลมโตชุ่มฉ่ำราวกับมีหยาดน้ำตาคลออยู่
แม้ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันไม่ถึงสองวัน แต่ลั่วปิงเชวี่ยชอบเด็กน้อยคนนี้จริง ๆ ส่วนจิ้งซือตั้งแต่เกิดมา นอกจากแม่กับลุงแล้ว ก็มีเพียงพี่สาวคนนี้ที่ดีกับนางที่สุด
“จิ้งซือ คราวหน้าพี่มา พี่จะพาเจ้าไปเที่ยวที่สนุก ๆ แน่นอน ดีไหม” ลั่วปิงเชวี่ยหอมแก้มเล็ก ๆ ของจิ้งซือ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน
จิ้งซือเม้มปากพยักหน้า จากนั้นก็ถามอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า “พี่จะมาอีกเมื่อไหร่”
ลั่วปิงเชวี่ยยิ้มตอบ “อีกไม่นานหรอก เพราะที่นี่มีคนที่ทำให้พี่เป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่นี่นา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าเล็กของจิ้งซือก็มีแววฉงน นางมองลั่วปิงเชวี่ยแล้วพึมพำเสียงเบาว่า “พี่หมายถึงลุงหรือเปล่า แต่ลุงบอกว่าจะเป็นพ่อของจิ้งซือนี่นา”
จิ้งซืออายุเพียงเจ็ดขวบ แต่ความฉลาดและช่างสังเกตของนางดูจะเหนือกว่าเด็กวัยเดียวกัน ทั้งยังรู้ความกว่าเด็กอายุสิบสามสิบสี่หลายคนเสียอีก
แววกระอักกระอ่วนวาบผ่านดวงตาของลั่วปิงเชวี่ย นางยิ้มกล่าวว่า “พี่ไม่แย่งผู้ชายกับแม่ของเจ้าหรอก พี่หมายถึงเจ้าตัวแสบฉลาดแกมโกงนี่ต่างหาก”
พูดจบ ลั่วปิงเชวี่ยก็ใช้นิ้วจิ้มปลายจมูกของจิ้งซืออย่างเอ็นดู
จากนั้นลั่วปิงเชวี่ยก็ลุกขึ้นเดินไปหาลั่วอีหวง แล้วกล่าวว่า “มีเย่เฟิงอู่อยู่ข้างกายเจ้า เจ้าจะปลอดภัยแน่นอน แต่ระวังอย่าเผลอไปรักเขาเข้าล่ะ ผู้ชายคนนั้นมีเสน่ห์ไม่น้อยเลยนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลั่วอีหวงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนส่งเสียงฮึดฮัดว่า “วางใจเถอะ เรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่”
