คนตระกูลหลินกลับไปแล้ว ในบ้านเหลือเพียงคนตระกูลหาน
หานตานเอามือปิดหน้า พูดว่า “ฉันไปทำอาหารให้นะ”
พ่อของหานตานร้องเรียก “ตานตาน พ่อตีเจ็บไหม”
“ไม่ค่ะ ไม่เจ็บ”
“มานี่ นั่งลง ฟังพ่อพูด”
หานตานนั่งลง น้ำตาไหลอาบราวกับเม็ดฝน
“พ่อรู้ว่าลูกอัดอั้นใจ การแต่งงานครั้งนี้ หย่าไม่ได้นะ”
“พ่อเขา ทำไมจะหย่าไม่ได้ จะให้ลูกทนเป็นม่ายทั้งที่ยังมีผัวอยู่อย่างนั้นหรือ” แม่ของหานตานกอดลูกสาวร้องไห้
“อยู่ในเมือง ลูกได้เดือนละ 18 หยวน เลี้ยงตัวเองยังไม่ได้ กลับบ้าน ลูกเป็นคนผ่านการแต่งงานมาแล้ว จะหาผู้ชายแบบไหนได้ ทำงานทั้งปีตากลมตากฝน ตรากตรำแทบตายก็เก็บเงินไม่ได้สักกี่บาท เขยแม้จะไม่ดีตรงไหน แต่เงินเดือนสูง ลูกได้อิ่มท้องนุ่งห่มอุ่น ยังมีศักดิ์ศรี จริงไหม”
พ่อของหานตานพูดแจกแจงเหตุผลที่หย่าไม่ได้ หานตานยิ่งร้องไห้หนักขึ้น
“เรื่องบนเตียงผู้ชายผู้หญิง เทียบกับปากท้องแล้วจะเป็นอะไรไป ลูกมีความสุขสบายในเมืองจนลืมความลำบากที่บ้านแล้วหรือ ขนาดข้าวยังไม่อิ่มท้อง ยิ่งมีลูกมากก็ยิ่งลำบาก หลินเจี๋ยนอกจากปัญหาทางร่างกายแล้ว ตรงไหนไม่ดี
เงินให้ลูก กลับบ้านนอกก็ภูมิฐาน กระเป๋าใหญ่กระเป๋าเล็ก ในหมู่บ้านใครไม่อิจฉาลูก ถ้าหย่า ลูกจะมีชื่อเสียงดีหรือ คนอื่นจะว่าน่ะสิ ว่าหลินเจี๋ยไม่เอาลูกแล้ว”
พ่อของหานตานถอนหายใจ แม่ของหานตานก็ลังเล “ตานเอ๋ย ที่พ่อพูดก็มีเหตุผลนะ”
“แล้วก็ตี้ชายของลูก เรียนก็กลางๆ ไม่ดีไม่แย่ สอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ยาก ถ้าเขยเอ่ยปาก จัดการงานในเมืองให้ เรื่องไม่หมูหรอกหรือ ถ้าหย่า หน้าตาของบ้านก็พัง น้องชายลูกจะไม่ต้องซื่อๆ ตรากตรำลำบากไปทั้งชีวิตเหมือนพ่อหรือ”
