นักศึกษาใหม่ปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยหวยหลิน ถูกจัดให้สอบแบบไม่ทันตั้งตัว สอบวิชาคณิตศาสตร์
เฉี่ยวเฉี่ยวปวดหัวตุบ ๆ สอบอะไรก็ไม่สอบ ดันสอบคณิตศาสตร์ แล้วก็ใช่สิ คณิตศาสตร์สำคัญสำหรับแผนกวิชาประวัติศาสตร์ที่ไหนกัน
ตอนสอบเอ็นทรานซ์ยังสอบได้แค่ 52 คะแนน ไม่ได้อ่านหนังสือนานขนาดนี้ คะแนนคงได้แค่สามสิบกว่าสี่สิบกว่า
สอบก็ไม่บอกล่วงหน้า ถ้าได้ติวเข้มสักสองสามวัน ยังพอจะเพิ่มได้อีกสองสามคะแนน โรงเรียนนี่เล่นไม่เนียนเลย
การสอบจัดใหญ่โต การคุมสอบก็เข้มงวดมาก แผนกวิชาประวัติศาสตร์มีนักศึกษา 59 คน มีอาจารย์คุมสอบมาถึงสี่คน
ยังไม่ทันสอบ เฉี่ยวเฉี่ยวใจเสียไปหมดแล้ว หันซ้ายหันขวา ดูว่าจะแอบดูของคนอื่นได้ไหม
จริง ๆ เถอะ นักศึกษาของแผนกประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ก็ไม่ดีไปกว่าใคร ถ้าคณิตศาสตร์ดี ใครเขาจะเรียนสายศิลป์ ใครเขาจะเรียนแผนกประวัติศาสตร์ของสายศิลป์กัน
ช่างเถอะ แมวตาบอดเจอหนูตาย ได้กี่คะแนนก็กี่คะแนน
พอเฉี่ยวเฉี่ยวได้รับข้อสอบ ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
นี่ นี่มันเกินจริงไปหน่อยแล้ว ข้อสอบดันเป็นข้อสอบสอบเอ็นทรานซ์ สอบมาแล้วรอบหนึ่ง แถมยังได้เทียบคำตอบกับพี่ชายอีก ต่อให้เป็นหมูก็คงสอบได้ไม่แย่ไปกว่าสอบเอ็นทรานซ์หรอกนะ
จรดปากกาเริ่มเขียน แน่นอน ข้อสุดท้าย เฉี่ยวเฉี่ยวยังคงทำไม่ได้
พี่ชายจะอธิบายให้เธอฟัง แต่เธอปฏิเสธ ต่อไปคงไม่ได้ใช้คณิตศาสตร์แล้ว เลยไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจ
เฉี่ยวเฉี่ยวเสียดายอยู่บ้าง การเรียนไม่มีที่สิ้นสุด ถ้ารู้ว่ามหาวิทยาลัยจะต้องสอบอีกครั้ง ยังไงก็จะฟังพี่ชายอธิบาย
สอบผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เฉี่ยวยังคงทำไม่ได้เหมือนเดิม แต่ทำได้ดีกว่าตอนสอบเอ็นทรานซ์ มีจุดที่ไม่ควรพลาดอยู่หลายจุด เธอตอบถูก
อย่างน้อยก็คงสอบผ่าน ฮ่า ๆ เป็นการสอบคณิตศาสตร์ที่ได้ดั่งใจที่สุดเท่าที่เคยมา
