ความเป็นจริงก็ดังที่เฉี่ยวเฉี่ยวกล่าวไว้ ใครจะไปสนใจผู้บังคับกองพันที่ตกต่ำลงแล้ว?
หลีปัวเป็นคนของกองทัพบก หลิวซงหมิงเป็นหัวหน้ากรมกองกำลังติดอาวุธที่เพิ่งตั้งใหม่ ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องของกองทัพบก
แน่นอนว่าหลีปัวถูกลงโทษ ปลดประจำการก่อนกำหนด แล้วก็โยกย้ายไปอยู่ที่อื่น
เรื่องเดียวที่พอจะยินดีได้ก็คือ ครอบครัวของเฉี่ยวเฉี่ยวยังไม่ต้องย้ายออกจากที่พักครอบครัวทหารในตอนนี้
แม่ของเฉี่ยวเฉี่ยวยุ่งจนตัวเป็นเกลียว ตอนเช้าไปซื้อข้าวที่โรงอาหารของโรงพยาบาล แล้วรีบกลับบ้านมาต้มซุปให้ลูกสาว เตรียมไว้เผื่อหลายมื้อ ตกกลางคืนก็ไปอุ่นที่โรงอาหาร กลางคืนเฝ้าไข้ แถมยังต้องอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อมให้หลานชายตัวน้อยอีก
โชคดีที่หลานชายตัวน้อยจ้ำม่ำน่ารักเอ็นดูมาก ไม่ค่อยร้องไห้เสียด้วย กินอิ่มก็นอน
ถึงจะเหนื่อยแต่ก็เปี่ยมสุข แม่ของเฉี่ยวเฉี่ยวมองดูหลานชายตัวน้อยแล้ว ความเหน็ดเหนื่อยใด ๆ ก็ล้วนคุ้มค่า
มีคนขับรถที่หลิวซงหมิงทิ้งไว้ให้ แม่ของเฉี่ยวเฉี่ยวก็สะดวกขึ้นมากเวลาส่งข้าวส่งน้ำ
วันที่สอง มีคุณแม่มือใหม่ย้ายเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกับเฉี่ยวเฉี่ยว เธอเริ่มเจ็บท้องตั้งแต่สาย ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดตลอด พอบ่ายก็ยังไม่ได้เข้าห้องคลอดเสียที ร่างกายที่ยังไม่ฟื้นดีของเฉี่ยวเฉี่ยวก็เจ็บปวดตามไปด้วย
กว่าจะรู้ซึ้งถึงพระคุณพ่อแม่ก็ยามมีลูก เวลาที่ผ่านไปช้า ๆ ทีละนาที ประหนึ่งว่าเดินวกวนอยู่ตรงปากประตูนรก
คุณแม่คนนั้นเจ็บท้องไปจนถึงค่ำถึงได้เข้าห้องคลอด ไม่นานนัก ในห้องพักผู้ป่วยเล็ก ๆ ก็มีเด็กผู้ชายเพิ่มขึ้นมาอีกคน เสียงร้องดังกังวาน ลูกชายของเฉี่ยวเฉี่ยวก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา แล้วก็ร้องไห้ตาม
ที่แผนกสูติกรรมก็มีเด็กทารกคนอื่น ๆ ราวกับได้รับคำสั่งอะไรบางอย่าง ต่างพากันร้องไห้หมด กลางดึกดื่นค่อนคืน ทุกคนพากันอ่อนล้างัวเงียกล่อมลูก
แม่ของเฉี่ยวเฉี่ยวไม่ยอมให้เฉี่ยวเฉี่ยวเป็นฝ่ายกล่อม ให้เธอพักผ่อน ส่วนตัวเองก็อุ้มเด็กเดินไปมา ตบเบา ๆ ไปด้วย
ห้องพักสูติกรรมมีคุณแม่มือใหม่ทั้งหมดหกคน ตามปกติแล้ว ต่างคนต่างก็ดูเด็กของคนนั้นที ของคนนี้ที แค่วันเดียวก็สนิทสนมคุ้นเคยกันแล้ว