เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้อึดอัดแค่ไหนซางเฟยหว่านก็ต้องทำใจแข็ง เดินเหยียบพรมแดงด้วยสีหน้าเรียบเฉยไปยังเต็นท์บังแดดบนหาดทราย
จ้าวเสียวเสียวรีบเข้ามาทักทายซางเฟยหว่าน แล้วถามด้วยความสงสัยว่า "บ่ายนี้พวกเราจะลงเรือสำราญออกท่องเที่ยวเกาะสวรรค์กันเจ็ดวันเจ็ดคืนนะ พวกเราขนกระเป๋ากันมาเต็มที่เลย แล้วกระเป๋าของคุณล่ะ"
ซางเฟยหว่านพกมาทั้งตัวแค่ถุงผ้าใบเดียว คือถุงที่เธอซื้อตอนลดราคาเก้าหยวนเก้าชิ้นส่งฟรีคราวก่อน
เธอชี้ไปที่ถุงของตัวเองพลางบอก "แค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเอง ไม่จำเป็นต้องขนของมาเยอะ"
อันเจี๋ยได้ยินก็หัวเราะเยาะ "คุณซางยังดันทุรังคิดว่าวันนี้ฝนจะตก รายการเราต้องหยุดชะงักอีก เลยไม่ยอมเตรียมกระเป๋ามาเลย"
ซางเฟยหว่านพยักหน้าตามตรง "ใช่"
แขกรับเชิญในที่นั้นพากันหลุดขำ แดดเปรี้ยงกลางหัวแบบนี้ มองยังไงก็ไม่มีทางฝนตก แต่ยังกล้าพูดหน้าด้าน ๆ
แต่หน้ากล้องทุกคนต้องรักษาภาพพจน์ไว้ จะไม่เหน็บแนมตรง ๆ แบบพวกเกรียน
ตอนนั้นเอง จางเฉิงเยี่ยค์ แขกรับเชิญคนสุดท้ายก็มาถึง
แม้เขาจะตั้งใจทำผมอย่างดี และสวมเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดแล้ว แต่ด้านหน้ามีทั้งราชาหน้าจอ ดาราสาวแถวหน้า ด้านหลังยังมีซางเฟยหว่านที่ปรากฏตัวอย่างเว่อร์วังอลังการ
การมาของเขาจึงดูธรรมดาสามัญสุด ๆ ถึงขั้นที่จ้าวเสียวเสียวเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีแขกรับเชิญอีกคน
จางเฉิงเยี่ยค์พยายามโพสท่าเท่หน้ากล้องพลางแอบมองซางเฟยหว่านไปด้วย
ซางเฟยหว่านกลับไม่แม้แต่จะชายตามองเขา เธอกลับจ้องสำรวจจางเสวี่ยเสวี่ยแทน
จางเฉิงเยี่ยรู้สึกผิดหวังขึ้นมาชั่วขณะ เมื่อก่อนเธอรักเขามากแท้ ๆ ทำไมตอนนี้ถึงเย็นชาได้ถึงเพียงนี้
