โจวเว่ยกั๋วเริ่มแวะไปตระกูลฟู่บ่อยครั้งขึ้นจริง ๆ
ตอนแรกเขายังอ้างว่าแวะมาเยี่ยมญาติ พอเข้าประตูก็ทักทายมารดาโจวอยู่สองสามคำ จากนั้นไปเล่นหมากล้อมกับนายท่านฟู่สองกระดาน แล้วค่อย “แวะ” อ้อมไปดื่มน้ำสักแก้วในครัว
ครั้งแรกที่มา เขายืนอยู่ตรงประตูครัวนานพักใหญ่ มองซูชิงหลีทำงานอยู่หน้าเตา แผ่นหลังบอบบาง ผมมัดเป็นหางม้า เผยผิวขาวสะอาดตรงท้ายทอยออกมาเล็กน้อย
เขาอยากเอ่ยเรียกเธอ อ้าปากแล้วกลับไม่มีเสียงหลุดออกมา สุดท้ายซูชิงหลีก็หันมาเห็นเขาเองจนสะดุ้งตกใจ
“สหายโจว... คุณมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงคะ?”
โจวเว่ยกั๋วกระแอมเบา ๆ
“ผม... อยากดื่มน้ำสักหน่อย”
ซูชิงหลีรีบรินชาสมุนไพรเย็น ๆ ส่งให้ ตอนโจวเว่ยกั๋วรับไป นิ้วมือของเขาสัมผัสปลายนิ้วเธอ ทั้งคู่ต่างชักมือกลับพร้อมกัน ถ้วยเคลือบเกือบหลุดมือ
“ระวังค่ะ!” ซูชิงหลีรีบประคองก้นถ้วยไว้ทัน มือของทั้งคู่ซ้อนทับกัน เธอรีบปล่อยมือแล้วถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าแดงขึ้นอีกครั้ง “คุณ...จับให้ดีนะคะ”
โจวเว่ยกั๋วกุมถ้วยเคลือบไว้ในมือ มองใบหูของเธอที่แดงก่ำ หัวใจก็เต้นตึกตักไม่หยุด
หลังจากนั้นเขาก็ยิ่งมาบ่อยขึ้น
จากเดิมที่มาวันเว้นวัน กลายเป็นแทบจะมาทุกวัน บางครั้งก็แวะมาตอนเลิกงานช่วงบ่าย บางครั้งวันหยุดสุดสัปดาห์ก็มาค้างอยู่ที่นี่ครึ่งค่อนวัน
แรก ๆ โจวหว่านชิงยังไม่ได้นึกไปถึงเรื่องนั้น ต่อมาแม้แต่เธอก็มองออก
หลานชายคนนี้ของเธอ คงชอบเสี่ยวซูเข้าแล้วจริง ๆ
โจวหว่านชิงรู้สึกซับซ้อนอยู่บ้าง
ด้านหนึ่ง ซูชิงหลีเป็นเด็กสาวที่ไม่เลวจริง ๆ ขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ รูปร่างหน้าตาก็ดี เหมาะสมกับหลานชายของเธออยู่
