ณ หุบเขาโอสถสวรรค์
หลิวหรูเหม่ยรื้อค้นไปทั่วเรือนฌานของตน แต่ก็หาไม่พบของที่ต้องการ
นางเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าร้อนรน “เสี่ยวเหมย เจ้าเห็นป้ายประจำสำนักเสวียนเทียนของข้าหรือไม่”
ป้ายเข้าออกของสำนักเสวียนเทียนนี้ เป็นสิ่งที่เหิงหยางจื่อแห่งสำนักเสวียนเทียนมอบให้นาง เพื่อแสดงถึงความสำคัญต่อนางในฐานะคู่บำเพ็ญของศิษย์ในตอนที่นางกับเจาชิงหมั้นหมายกัน
เมื่อนางถอนหมั้นกับเจาชิง ก็ลืมคืนไป
ช่วงนี้สำนักเสวียนเทียนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซูหมิงเยว่สมคบคิดกับมารต่างมิติ ลั่วหวนเจินขึ้นเป็นเจ้าสำนัก นางจึงอยากไปเยือนสำนักเสวียนเทียนสักครั้ง
หนึ่งเพื่อแสดงความยินดีกับลั่วหวนเจิน
สองเพื่อขออนุญาตเก็บป้ายสำนักที่ลืมคืนนี้ไว้ หากวันหน้ามีเวลา จะได้สะดวกแก่การไปหาลั่วหวนเจิน
ทว่ากลับหาไม่พบเสียแล้ว
เสี่ยวเหมยได้ยินก็รีบช่วยกันค้นหา
หาเป็นนานก็ยังไม่พบ
หลิวหรูเหม่ยรู้สึกหงุดหงิดใจ “ของสำคัญเช่นนี้ เหตุใดจึงทำหายไปได้ ข้าจะไปขอขมาได้เยี่ยงไร”
นางหันไปถามเสี่ยวเหมย “เสี่ยวเหมย เราไปกันเถิด ไปถามท่านพ่อกับน้องชายว่าช่วงนี้จะไปเยือนสำนักเสวียนเทียนหรือไม่ ข้าอยากไปกับพวกเขา”
หากไร้ป้ายประจำตัว ก็ตามคณะของหุบเขาโอสถสวรรค์ไปเยือนเช่นกัน
หลิวหรูเหม่ยพาเสี่ยวเหมยมาถึงโถงหลักของหุบเขาโอสถสวรรค์
ศิษย์ที่เฝ้าประตูขวางหลิวหรูเหม่ยไว้
“หยุดก่อน! เจ้าหุบเขากับผู้สืบทอดกำลังหารือเรื่องสำคัญ เชิญท่านไปรอที่ห่างออกไปหน่อย”
พวกเขาไม่มีแววเคารพเลยสักนิด สายตามองหลิวหรูเหม่ยราวกับไม่ได้มองบุตรีคนสำคัญของหุบเขาโอสถสวรรค์
