ศิษย์ทั้งสามที่คุกเข่าอยู่ร้องขอชีวิตไม่หยุด
“เจ้าสำนักมิได้ปิดบังเพราะพวกเราเป็นคนในตระกูลทางโลกมนุษย์ของท่านเลย”
“เรื่องนี้ล้วนเป็นความผิดของพวกข้าเอง ตอนอยู่เวรพวกข้าเผลอหลับไป หินวิญญาณที่หล่อเลี้ยงอาคมหมดลงแต่ไม่ได้เปลี่ยน ท่านเจ้าสำนักเพียงใจดี ผู้อาวุโสสูงสุดจะลงโทษก็โปรดลงโทษพวกข้าเถิด!”
“ท่านศิษย์น้าผู้น้อย ได้โปรดอย่าพูดจาเหลวไหลอีกเลย ท่านมีอคติต่อสำนักเก่า แต่ก็ไม่ควรกล่าวร้ายหยามเกียรติเจ้าสำนักเช่นนี้!”
ถึงแต่ละคนจะพยายามดึงตัวเหิงหยางจื่อออกมา
แต่ยิ่งพูดมากกลับยิ่งผิดพลาดมากขึ้น
เหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่เบื้องบนล้วนเป็นคนแก่ที่มีเล่ห์เหลี่ยมทั้งนั้น สีหน้าเริ่มไม่สู้ดีนัก
เดิมทีเป็นเพียงการปกปิดและละเลยหน้าที่
มาบัดนี้กลับลามไปถึงเรื่องตระกูลและการใช้อำนาจเพื่อพวกพ้อง เหตุการณ์ยิ่งหนักหน่วงขึ้นไปอีก
สีหน้าของเหิงหยางจื่อหม่นลง โกรธจนระงับไม่อยู่ “ลั่วหวนเจิน! เจ้าอย่าเหลวไหล รีบออกไปเสีย!”
อันที่จริงเขาอยากตะโกนให้กลิ้งออกไปเสียมากกว่า
อวินเหยาอยู่ที่นี่ด้วย เมื่อครู่ทำให้เขาเดือดดาลแล้ว หากยังดุด่าศิษย์ของเขาอีก เกรงว่าตนจะต้องถูกลงโทษ
ยามนี้ทุกคนในสำนักต่างเห็นแล้วว่าอวินเหยาเอ็นดูและตามใจศิษย์น้อยของเขาเพียงใด เขาไม่อยากหาเหาใส่หัว
แต่ลั่วหวนเจินไม่คิดเช่นนั้น
นางไม่เพียงไม่ออกไป นางยังยืนอยู่บนม้านั่งเตี้ย แล้วงอนิ้วน้อยอวบอ้วนนับข้อดีของการเป็นเจ้าสำนักของตน เทียบกับที่เหิงหยางจื่อเป็นทีละข้ออย่างละเอียด
