มหาขันทีมิกล้ารอช้า เพียงครู่เดียวก็มาถึงจวนโหว แจ้งให้เสี่ยวซุยอันเข้าวัง
เมื่อได้ยินว่าจักรพรรดิทรงเรียกพบ ซูจิ่นหานก็อดสงสัยมิได้ “ยามนี้ก็มิได้เช้าตรู่ เหตุใดจู่ ๆ ฝ่าบาทจึงมีพระบัญชาเช่นนี้ ท่านขันทีพอจะเผยให้ทราบบ้างได้หรือไม่”
มหาขันทีผู้นี้คือผู้ที่เคยมาประกาศพระบัญชาพระราชทานบรรดาศักดิ์เซียงจวินน้อยคราวก่อนนั่นเอง
เขาค่อนข้างเอ็นดูเสี่ยวซุยอัน จึงยอมเสี่ยงขัดพระบัญชา เอ่ยเสียงต่ำว่า “จะขอบอกกล่าวให้ฮูหยินทราบก่อนก็แล้วกัน ครั้งนี้เกรงว่าเซียงจวินน้อยจะต้องพบหายนะครั้งใหญ่”
เมื่อฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ ใบหน้าซูจิ่นหานก็ซีดขาวราวกระดาษ รู้ว่าเรื่องนี้คงแย่แล้ว!
ในวังมิได้มีกฎมากมาย แต่มีข้อหนึ่งที่เด็ดขาดนัก คือห้ามมิให้มีของชั่วร้ายหรือไสยศาสตร์เด็ดขาด
รัชกาลก่อนเคยเกิดหายนะใหญ่หลวงจากวิธีการสกปรกเช่นนี้ จึงมีกฎวังที่ว่า หากพบเห็นจะต้องถูกลงโทษอย่างสาหัส ขุนนางชั้นผู้ใหญ่เองก็มิอาจรอดพ้น!
ซูจิ่นหานเก็บงำความหวาดกลัวไว้ แต่เมื่อกลับถึงห้องนางก็ต้องพาเสี่ยวซุยอันเข้าวังก่อน
“พระบัญชามิอาจขัด ข้าต้องไป หากฝ่าบาททรงเห็นว่าเสี่ยวซุยอันมีความผิดจริง มารดาอย่างข้าก็จะยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ถ้ามิสำเร็จก็จะยกเอาความสัมพันธ์เก่าระหว่างท่านโหวกับฝ่าบาทมาขอความคุ้มครอง คงจะปกป้องเสี่ยวซุยอันให้ปลอดภัยได้” ซูจิ่นหานนั้นมิแน่ใจนัก แต่ตัดสินใจไว้แล้ว
