เฟิงเจียนเค่ออ้าปากค้างลมเปล่า ได้แต่นิ่งอึ้ง กลืนอากาศลงคอเฮือกใหญ่ด้วยความน้อยอกน้อยใจ
ฮ่องเต้เลยพระเจ้าค่ะ ให้ข้าออกแรงทั้งคืนแล้ว ยังไม่ประทานอะไรให้กินอีกหรือ!
กู้เยี่ยนซานเช็ดมุมปาก ก่อนส่งสายตาดูแคลนกลับไปให้ “จะกินก็หยิบเอง ไม่มีมือหรืออย่างไร”
เฟิงเจียนเค่อก้มหน้าลง มองมือทั้งสองที่ถูกรุงรังไปด้วยห่อของน้อยใหญ่…
ฝ่าบาททรงว่าอย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ!
องครักษ์ชุดขาวค่อนข้างรู้สึกน้อยใจนัก แท้จริงแล้วเมื่อก่อน ฝ่าบาทก็ทรงดีต่อเขามาก…
ทว่าในชั่วพริบตาถัดมา ความน้อยใจนั้นก็ถูกคลี่คลายด้วยมือเล็ก ๆ อ้วนป้อมที่ยื่นส่งของกินมาให้
“ท่านลุงเฟิง ข้ายังมีอีกนะ รีบทานเถิดเจ้าคะ~” ก้อนแป้งน้อยแสนอบอุ่นใจนัก พลางเขย่งเท้าส่งให้อีกชิ้น
เฟิงเจียนเค่อหวั่นว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจะทรงแย่งไปอีก รีบเผ่นพรวดงับเข้าปากไป เขย่าหัวโยกตัว ย่ามใจประหนึ่งหมาตัวน้อยแย่งอาหารงาบได้
ชายเสื้อกระพือปลิวด้านหลัง ราวกับหางขาว ๆ สวบสับน้อย ๆ เพียงแต่สุนัขน้อยอย่างเขาไม่กระดิกให้เด็กน้อยดูสักสองสามที
กู้เยี่ยนซานขี้เกียจจะสนใจเขา อุ้มเสี่ยวซุยอันอย่างใช้เจ้าของความ เดินเข้าสู่ร้านเครื่องมณีมรกตสง่างามด้านหน้า
“มาทางนี้”
ร้านนี้ดูสูงค่ายิ่ง
กราดสายตากวาดมองในคราเดียว สรรพสิ่งละลานตา ไม่ว่าจะเป็นพัดขนนกเล็กลวดลายงามที่แต่งด้ามด้วยหยกขาว คนโฑน้อยแกะสลักด้วยแก้วหลากสี หรือตุ๊กตาแมวน้อยที่ทำจากหินอาเกตสีแดง ล้วนเป็นของกระจุกกระจิกงดงามเก๋ไก๋และประณีตวิจิตร!
เสี่ยวซุยอันสนใจเป็นแน่ นัยน์ตาส่องประกายวาบในบัดดล ราวกับเจ้าหนูตัวน้อยที่ร่วงลงไปในถังข้าว ดีดดิ้นมองนั่นมองนี่อย่างเริงรื่น
แต่นางเกรงว่าหากเอ่ยปากว่าชอบ จะทำให้ฝ่าบาททรงซื้อจนเหมาไปหมดอีกครั้ง
นั่นช่างสิ้นเปลืองพระทรัพย์เกินไป
ทว่ากู้เยี่ยนซานกลับเหมือนจะทรงอ่านทะลุความคิดของนาง สั่นพระเศียรพลางตรัสว่า “ครั้งนี้ไม่ต้องใช้เงิน ติดใจสิ่งใดก็หยิบสิ่งนั้น”
“อ้า? หมายว่าแย่งมาหรือเพคะ อย่างนั้นไม่ดีเลย” เสี่ยวซุยอันรีบโบกไม้โบกมือน้อย
กู้เยี่ยนซานบีบใบหน้าเรียวกลมของนางหนึ่งที ก่อนเอ่ยอย่างจนใจ “คิดอะไรกัน ร้านนี้เป็นสมบัติส่วนพระองค์ของเจิ้น”