สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว คืนวันนี้ ในที่สุดสำนักชิงสิงก็เปิดให้เข้าชม
เสี่ยวซุยอันแทบรอไม่ไหว จัดเตรียมตัวเรียบร้อยแต่เนิ่น ๆ เตรียมออกเดินทาง
เดิมทีเจียเย่ตั้งใจจะไปด้วยกัน แต่บังเอิญว่าคืนนี้เป็นพิธีบวงสรวงใหญ่ในวังหลวง เขาจึงปลีกตัวไปไม่ได้
“ไป๋ป้า พาพวกคนติดตามไปกับซุยอัน ต้องดูแลนางให้ดี เข้าใจหรือไม่” เจียเย่พร่ำกำชับเป็นชุด
ก้อนแป้งน้อยนั่งอยู่บนรถม้าเรียบร้อยแล้ว โบกมือเรียกคนด้านล่าง “อาจารย์เสวียน พี่รอง รีบขึ้นมาเร็วเข้า”
ราชธานีไม่กว้างใหญ่ วันนี้สำนักชิงสิงเปิดอยู่ในเรือนแห่งหนึ่งทางใต้ของเมือง
เมื่อทุกคนมาถึง ก็เห็นว่าที่นี่มีผู้คนรายล้อมแน่นขนัดตั้งแต่แรกแล้ว
ทันทีที่ข่าวว่าสำนักชิงสิงจะเปิดแพร่ออกไป ไม่เพียงแต่ชาวกูม่อเท่านั้น ผู้คนจากแคว้นรอบข้างก็ถูกดึงดูดให้มาเฝ้ารอกันแต่เนิ่น ๆ
เสี่ยวซุยอันจูงหมิงเทียนน้อยลงจากรถม้า ตรงหน้าเป็นหอสูงสองชั้น
ที่ประตูมีบ่าวรับใช้คอยเฝ้าอยู่โดยเฉพาะ
หลี่เสวียนกับเสิ่นจิ่งเจาย่อมไม่ห่างกันแม้เพียงก้าวเดียว ทว่าก่อนจะเข้าไป บ่าวรับใช้กลับมองออกว่าพวกเขามาด้วยกัน จึงจงใจขวางไว้
“โปรดหยุดก่อน ท่านทั้งสองโปรดเข้าไปทางประตูอีกบาน” บ่าวรับใช้มีมารยาท ทว่าน้ำเสียงกลับไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งแม้แต่น้อย
เสี่ยวซุยอันตื่นเต้นยิ่งนัก เวลานี้นางจูงหมิงเทียนน้อย วิ่งขาสั้น ๆ เข้าไปข้างในแล้ว
เสิ่นจิ่งเจาร้อนใจอยู่บ้าง “ให้เข้าทางประตูอื่นหรือ เช่นนั้นมิเท่ากับตามน้องสาวพวกเราไม่ทันหรอกหรือ นี่หมายความว่าอย่างไร”
