อย่าดูถูกขาสั้น เวลามีเรื่องก็พร้อมลุย!
เสิ่นจิ่งเจาพาหรงเฟิงวิ่งตามไปกว่าสิบก้าว ถึงได้ทันเจ้าเด็กตัวเตี้ยกลม แล้วอุ้มขึ้นรถม้าทันที “พวกเราไปช่วยพี่ใหญ่ด้วยกัน น้องหญิง!”
ระหว่างเร่งรุดไปสำนักศึกษาหลวง เสี่ยวซุยอันเพิ่งนึกขึ้นได้
“ถ้าอย่างนั้น คนที่เรียกว่าซื่อจื่อนั่น เป็นใครกันแน่ เหตุใดไม่เคยได้ยินเลย” ก้อนแป้งน้อยไม่สบอารมณ์ มองพี่ชายรอง
เสิ่นจิ่งเจาเบะปากรังเกียจ “เขาน่ะหรือ ชื่อกู้หมิงหง เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของชายาอ๋องลั่ว”
“ปีก่อน ไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ ก็ถูกอ๋องลั่วบิดาของเขาทุบตีหนักหน่วง แล้วส่งไปฝึกตนในค่ายทหารต่างเมือง” เสิ่นจิ่งเจอพอเริ่มเม้าท์ก็คึกคักขึ้นมา
เขาเล่าได้เห็นภาพ “ผลคือเมื่อไม่นานมานี้ กู้หมิงหงกลับเมืองหลวงแล้วก็ไม่ยอมไปอีกเด็ดขาด เหมือนเกิดเรื่องอะไรขึ้นในค่ายทหาร แต่ทางจวนอ๋องกลับปิดบัง ห้ามบ่าวไพร่แพร่งพราย!”
หรงเฟิงที่บังคับรถม้าอยู่ด้านหน้าหันมาเสริม “ฟังได้ความว่า ชายาอ๋องลั่วต้องการให้เขาไม่ถูกอ๋องลั่วไล่ตะเพิดอีก จึงอยากส่งเขาเข้าสำนักศึกษาหลวง แต่ผู้กำกับสำนักศึกษาหลวงกลับไม่ยินยอม”
ก้อนแป้งน้อยได้ฟังก็รู้ทันที กำหมัดแน่นด้วยความขัดเคือง
ก่อนหน้านี้อ๋องลั่วนั่น เกือบทำร้ายพี่ชายรอง ถูกสั่งลงโทษกักบริเวณในจวน
ลูกชายของเขา ก็ต้องไม่ใช่คนดีแน่
ผู้ได้อันดับหนึ่งในงานประชันกวีริมธารา จะได้รับสิทธิ์เข้าเรียนสำนักศึกษาหลวง ถึงได้จับจ้องบทความของพี่ใหญ่ อืม คิดออกแล้ว
“หรงเฟิง เร็วกว่านี้!” เสี่ยวซุยอันคำรามด้วยโทสะ ใจร้อนจะปกป้องพี่ชายเร็วยิ่งกว่าลูกศร!