เจ้าของเหมืองถ่านหินยังขาดมอนสเตอร์อีลีทอีกหนึ่งตัว ส่วนนางแบบอาการหนักกว่า ขาดอีลีทหนึ่งตัวกับมอนสเตอร์ธรรมดาสามตัว
เธอมีโล่ แถมยังฟื้นฟูพลังชีวิตได้ ตามหลักไม่น่าจะยุ่งยากขนาดนี้ แต่เธอไม่ถนัดการต่อสู้จริง ๆ โล่ก็ได้แต่เห็นที่ไหนยกปิดที่นั่น แต่ละทีก็วุ่นวายจนมือไม้พันกัน ความเร็วในการเก็บมอนสเตอร์ก็ช้าแถมยังบาดเจ็บอยู่เรื่อย
เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอต้องรีบทำเงื่อนไขผ่านด่านให้สำเร็จโดยเร็ว
นางแบบเงยหน้าขึ้น กวาดตามองใบหน้าของทุกคน
เรื่องก็อบลินสีน้ำเงินทำให้เถียนอวี่หลินกับเธอมีปากเสียงกันเล็กน้อย เจียงเว่ยหยางดูสนิทกับเถียนอวี่หลินมากกว่า ส่วนเจ้าของเหมืองถ่านหินเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จำใจต้องเลือก ส่วนหยางชิงเหอก็เป็นเซียนผู้เมตตา ดูแลตัวเองยังแทบไม่ไหว
นางแบบหันไปมองสวีเจิ้งหลินกับพี่เสื้อขนสัตว์ที่ดูไร้กังวล ในแววตามีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวแวบผ่าน
หยางชิงเหอไม่รู้เลยว่าในสายตาคนอื่นตนกลายเป็นพระดินเหนียวข้ามทะเล จึงเสนอขึ้นว่า “เราแยกกันหาไหม จะได้เร็วขึ้น”
คนอื่นไม่มีใครคัดค้าน
หยางชิงเหอหยิบใบไม้สองสามใบออกมาโดยไม่ลังเล “นี่คือหนึ่งในสกิลความสามารถพิเศษของผม ถือใบไม้นี้ไว้ ตราบใดที่ยังอยู่ในขอบเขตแผนที่ พวกเราจะรับรู้ถึงกันได้หมด”
เจ้าของเหมืองถ่านหินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “โว้ว โทรศัพท์ดาวเทียมรุ่นใบไม้ ตาลุงนี่ของดีนี่”
คนอื่น ๆ ก็พากันเผยสีหน้าประหลาดใจ
เจียงเว่ยหยางก็ลูบคลำใบไม้สีเขียวมรกตด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดูผิวเผินก็ธรรมดา แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเหมือนใบไม้ในมือมีชีวิต ผิวสีเขียวคือหนัง ส่วนเส้นบาง ๆ ข้างใต้คือเส้นเลือด
