“เจียงเสียวเสียวเป็นคนที่ซวยที่สุดในจักรวาล!!!”
เจียงหนิงอานถือตะกร้าไม้ไผ่เดินวนไปวนมาในป่าอยู่รอบใหญ่ แต่ในตะกร้าก็ยังว่างเปล่า ไม่ได้อะไรติดมือมาเลย
เธอจ้องเขม็งไปยังจุดรวมพลที่อยู่ไกลออกไปด้วยความขุ่นเคือง ในใจเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ฉันว่าวันนี้คงได้แค่นี้แหละ ดวงซวยสุด ๆ ไปเลย”
เธอถอนหายใจยาว ไหล่ลู่ลงอย่างหมดแรง
[อานอาน จะใช้ค่าพัฒนาการไหม]
หงซิงในหัวสังเกตเห็นอารมณ์ห่อเหี่ยวของเจียงหนิงอาน จึงเอ่ยถามด้วยเสียงนุ่มนิ่มเหมือนเด็กน้อย
เจียงหนิงอานส่ายหน้าเบา ๆ น้ำเสียงหนักแน่น “ค่าพัฒนาการต้องเก็บไว้ใช้ ห้ามใช้สุ่มสี่สุ่มห้า”
หลายวันมานี้เธอจับทางการทำงานของหงซิงได้แล้ว
ถ้าภายในระยะเดินทางสามสิบนาทีข้างหน้ามีของดีมูลค่าสูงซ่อนอยู่ หงซิงคงรีบร้อนเตือนเธอไม่หยุดไปนานแล้ว
ตอนนี้แค่ถามขึ้นมาลอย ๆ ก็หมายความว่าทรัพยากรป่าแถวนี้คุณภาพธรรมดา ไม่คุ้มกับค่าพัฒนาการที่ต้องใช้
เธอเองก็เดินวนดูรอบหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีความรู้สึกวูบไหวแบบนั้น ในใจจึงตัดสินไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ในเมื่อทางนี้ไม่ได้อะไร งั้นก็...
เปลี่ยนที่แล้วหาใหม่!
“ฉันเกลียดการปีนเขาจริง ๆ ยิ่งเกลียดป่ารกที่ไม่มีทางเดิน แถมยังขรุขระเดินยากแบบนี้เข้าไปใหญ่!” เจียงหนิงอานเก็บตะกร้าไม้ไผ่เข้าไปในมิติพกพาเสียเลย ถือไว้ก็เกะกะ แถมยังทำให้มุดพุ่มไม้กับสำรวจเส้นทางไม่ถนัด
เธอเก็บหมวกเข้าไปด้วย พุ่มไม้กับหนามระหว่างทางคอยเกี่ยวหมวกอยู่เรื่อย จะให้รักษาสภาพเรียบร้อยได้อย่างไร
เพิ่งมุดออกมาจากดงไม้หนาม พอตรงหน้าก็เป็นป่าหนามทึบอีกแห่ง
ไม่ใช่ว่าเธอหาเรื่องลำบากเอง แต่ความรู้สึกวูบไหวจาง ๆ ในใจชี้ไปยังด้านหน้าของดงหนามอย่างชัดเจน
