“คุณนาย ตอนนี้พวกเราต้องขอความช่วยเหลือจากคุณครับ!”
ซูเลียสวมเครื่องแบบแพทย์ทหารสีขาวสะอาดเรียบร้อยไร้ที่ติ ยืนหลังตรง สีหน้าเคร่งขรึมอยู่ข้างแคปซูลรักษาตัว เขาก้มตัวให้เจียงหนิงอานเล็กน้อย น้ำเสียงจริงจังอย่างยิ่ง
เจียงหนิงอานกดความสับสนวุ่นวายในใจลง เงยหน้ามองซูเลียอย่างมั่นคง “ฉันต้องทำอะไรบ้าง?”
ภายนอกเธอดูสงบนิ่ง สุขุม และเรียบร้อยน่ารัก ทว่ามือที่ประสานกันกำลังบีบเข้าหากันเพื่อรักษาความสงบ
ใครจะคิดว่าการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกกับฟู่จ้านเย่ จะเป็นเธอที่ยืนอยู่ ส่วนเขานอนอยู่
ภายในฝาครอบใสของแคปซูลรักษาตัว ชายคนนั้นนอนนิ่งสงบ คิ้วตาคลายตัว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ลมหายใจสม่ำเสมอจนแทบมองไม่เห็นการขยับขึ้นลง
“คุณแค่ปลดปล่อยพลังจิตของตัวเองออกมาก็พอครับ” ซูเลียยื่นน้ำอุ่นมาให้ การกระทำเป็นธรรมชาติราวกับทั้งคู่รู้จักกันมานานแล้ว
เจียงหนิงอานลูบรอยยับบนกางเกงที่ตัวเองขยำจนเรียบ ก่อนจะรับแก้วน้ำมาอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย เธอจิบน้ำอุ่นนิดหนึ่งเพื่อข่มความประหม่า แล้วส่ายหน้าอย่างตรงไปตรงมา “ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าต้องปลดปล่อยพลังจิตยังไง ฉันไม่เคยลองเลย”
ซูเลียดึงเก้าอี้ปลอดเชื้อมาให้เธอนั่งอย่างใจเย็น สายตาหันกลับไปจับจ้องชายร่างสูงใหญ่ที่นอนนิ่งอยู่ในแคปซูลรักษาตัวโปร่งใส แววตาเคร่งเครียดอย่างยิ่ง
“ผู้กองใหญ่เป็นผู้มีพลังพิเศษสายพนาไพรระดับ 3S ขั้นสูงสุดครับ”
“มหาสมุทรจิตวิญญาณของท่านกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มีความจุมหาศาล เป็นระดับที่ผู้มีพลังพิเศษทั่วไปไม่อาจจินตนาการได้เลยครับ”
“ยาฟื้นฟูพันธุกรรมระดับ 6 ที่เรามีอยู่ในตอนนี้ สำหรับท่านแล้วก็เหมือน...”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังหาคำเปรียบเทียบที่เจียงหนิงอานจะเข้าใจ “มีประสิทธิผลแค่หนึ่งต่อหนึ่งหมื่น หรือต่ำกว่านั้นครับ”
เจียงหนิงอานฟังแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
เธอก้มมองผิวน้ำที่กระเพื่อมเบา ๆ ในแก้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก
